|
|
|
|
|||||||
ทัวร์อิตาลีรหัส : A00315
เดินทางโดย : TK-เตอร์กิช แอร์ไลน์
โรงแรม
|
10 วัน 7 คืน
SOUTHERN ITALY BEST OF SICILY
ปิดเส้นทางใหม่ที่ไม่ซ้ำใคร อิตาลีใต้ และ เกาะซิซิลี โดยสายการบิน Turkish Airlines บินลงเกาะซิซิลี เกาะที่ใหญ่ที่สุดของอิตาลี ร่องรอยอารยะธรรมกรีกโบราณ และการผสมผสานของยุโรปและอาหรับ ในบรรยากาศแบบเมดิเตอร์เรเนียน เที่ยวเมืองมรดกโลกของอิตาลีใต้ และเมือง UNSEEN โคเซนซา อัลเบโรเบลโล มาเทรา คาสเทลเมสซาโน ลัดเลาะชายฝั่งทะเลสุดโรแมนติค อมัลฟี ซาเลอร์โน ซอร์เรนโต้
คลิกดูโปรแกรมฉบับเต็ม (PDF)
เดินทาง
รายการนี้ยังไม่มีพีเรียดเดินทาง Download PDF
วันแรก สนามบินสุวรรณภูมิ – สนามบินอิสตันบูล 20.00 น. พร้อมกันที่สนามบินสุวรรณภูมิ ชั้น 4 เคาน์เตอร์ U สายการบินเตอร์กิส แอร์ไลน์ เจ้าหน้าที่ของบริษัทฯ คอยให้การต้อนรับพร้อมอำนวยความสะดวก และเอกสารแก่ท่าน 23.00 น. ออกเดินทางสู่ อิสตันบูล ประเทศตุรกี โดยเที่ยวบินที่ TK69
วันที่สอง สนามบินอิสตันบูล – สนามบินกาตาเนีย – เกาะซิซิลี - กานจิ – ปาแลร์โม 05.10 น. ถึงสนามบินอิสตันบูล ประเทศตุรกี แวะพักเปลี่ยนเครื่อง 06.45 น. ออกเดินทางอีกครั้ง โดยเที่ยวบินที่ TK1393 08.05 น. เดินทางถึง สนามบินกาตาเนีย-ฟอนตานาโรสซา เกาะซิซิลี (Sicily) ประเทศอิตาลี นำท่านผ่านขั้นตอนการตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากร เรียบร้อยแล้ว (เวลาที่ยุโรปช้ากว่าประเทศไทย 4-5 ชั่วโมง ) (กรุณาปรับนาฬิกาของท่านเพื่อความสะดวกในการนัดหมายเวลา) นำท่านเดินทางสู่เมืองกานจิ (Gangi) ระยะทาง 116 กม.สุดยอดเมืองภูเขาแห่งอิตาลี มีภูเขาไฟเอตนา (Etna) สุง 3,350 เมตร เป็นวิวด้านหลังเมือง รวมไปถึงการก่อสร้างอาคารบ้านเรือนสไตล์กรีกโบราณบนเนินเขา ที่สร้างขึ้นตั้งแต่สมัยศตวรรษที่ 16 นำท่านเดินเล่นชมเมืองเก่าที่แสนโรแมนติค และเป็นหนึ่งในเมืองอันซีนของประเทศอิตาลี เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารอาหารพื้นเมือง บ่าย นำท่านชมเมืองปาแลร์โม (Palermo) ระยะทาง 118 กม. เป็นทั้งเมืองเอกและเมืองท่าของเกาะซิซิลี เกาะกลางทะเลเมดิเตอร์เรเนียน ที่เชื่อมระหว่างโลกตะวันออกและตะวันตกเข้าด้วยกัน อีกทั้งเคยเป็นศูนย์กลางของโลกยุคโบราณ มีทั้งโบราณสถานแบบคลาสสิค และแบบแขกมัวร์ในยุคศตวรรษที่ 10 ปาแลร์โมได้ชื่อว่าเป็นเมืองที่ใหญ่เป็นอันดับสองของโลก รองจากคอนสแตนติโนเปิล อีกทั้งยังเป็นศูนย์รวมของวัฒนธรรมอีก 200 ปี จากการเข้ายึดครองพวกนอร์มัน ทำให้เมืองนี้งามสง่าที่สุดแห่งหนึ่งของยุโรป นำท่านชมพระราชวังหลวงปาแลร์โม (Palazzo dei Normanni) พระราชวังที่งดงามตั้งอยู่กลางเมืองปาแลร์โม เป็นมรดกตกทอดจากพวกนอร์มัน ซึ่งเคยเป็นที่ตั้งของรัฐบาลซิซิลีมาก่อน ภายในมีห้องหับต่างๆ สวยงามไปด้วยภาพโมเสก ที่มีอิทธิพลของตะวันออก พร้อมชมภาพวาดอันวิจิตรภายใน พิพิธภัณฑ์หุ่น มีหน้ากากจากแอฟริกาและของอินโด แขวนอยู่บนผนังมากมาย แห่งเมืองปาแลร์โม (Cattedrale Di Palermo) ได้รับการยกย่องว่าเป็นสุดยอดสถาปัตยกรรมไบเซนไทน์แห่งหนึ่งของโลก ตั้งอยู่บนยอดเขากลางใจเมือง สร้างด้วยศิลปะแบบกอธิคสไตล์กาตาโลเนีย ภายในตกแต่งงดงามอลังการ สร้างอุทิศแด่พระแม่มารี งานก่อสร้างส่วนใหญ่บังเกิดขึ้นในราวคริสต์ศตวรรษที่ 15–16 ตกแต้งด้วยโมเสกทองอร่ามงามตาใหญ่อันดับ2ของโลก รองจาก Hagia Sophia ที่ตุรกี โมเสกภายในวิหารนี้ใช้เวลาสร้างแค่ 8ปีเท่านั้น ส่วนเพดานวิหาร มีสีสันสดใสมาก ส่วนแท่นพิธี เป็นรูปพระเยซูอันใหญ่ เป็นโมเสกรูปพระเยซูกำลังให้พร กำแพงโดยรอบวิจิตรตระการตา ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารอาหารพื้นเมือง พักที่ HOTEL MERCURE PALERMO CENTRO ระดับ 4 ดาวหรือเทียบเท่า เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม นำท่านเดินทางสู่เมืองเมสสิน่า (Messina) ระยะทาง 227 กม. เมืองทันสมัยตั้งอยู่บนเทือกเขาเปโลรีตานี ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของเกาะเป็นอีกหนึ่งเมืองท่องเที่ยวที่สำคัญของแคว้นปกครองตนเองซิซิลี อยู่ห่างจากช่องแคบเมสซีนา ช่องแคบที่กั้นเกาะกับแผ่นดินใหญ่ไปเพียง 5 กิโลเมตรเท่านั้น มีสถานที่ท่องเที่ยวน่าสนใจ เช่น มหาวิหารเมสซินา,ลานน้ำพุออริออน,โบสถ์ซานอันนุนเซียตา เดอิ คาตาลานิ,ประตูพอร์ตตากราเซีย,ภูเขาไฟเอตนา เป็นต้น นำท่านเดินเล่นชมเมืองที่มีความงามทางธรรมชาติ ของทั้งชายหาด ทะเล และภูเขาไฟ อิสระรับประทานอาหารกลางวัน เพื่อไม่เป็นการรบกวนเวลาส่วนตัว บ่าย นำท่านเดินทางสู่เมืองเตารมิน่า (Taormina) ระยะทาง 57 กม. เมืองตากอากาศเก่าแก่สวยงาม ตั้งอยู่ชายฝั่งทะเลไอโอเนียนของเกาะซิซิลี ตัวเมืองอยู่สูงจากระดับน้ำทะเล 204 เมตร เคยเป็นศูนย์กลางของอาณาจักรไบเซนไทน์บนเกาะซิซิลี และเป็นเมืองที่สร้างบนเขา บ้านเรือนและร้านอาหารตกแต่งสวยงาม ถือเป็นเมืองชนบทตอนใต้ของอิตาลีที่น่ารื่นรมย์ทั้งอากาศแสนสบาย นำท่านชมโรงละครกรีกแห่งเตารมิน่า เป็นอนุสรณ์สถานของเมือง สร้างบนยอดเขาทอรัส นับว่าเป็นชัยภูมิที่ดีที่สุด อายุเก่าแก่กว่า 2,300 ปี สะท้อนให้เห็นถึงการใช้ธรรมชาติผสมผสานผนวกกับศิลปะให้ดูโดดเด่น มีขนาดใหญ่เป็นอันดับสองของชิชิลี ในอดีตเคยบรรจุผู้ชมได้ถึง 5,400 คน ทุกวันนี้โรงละครนี้เป็นแหล่งดึงดูดความสนใจของนักท่องเนื่องจากถูกใช้เป็นสถานที่ จัดงานแจกรางวัล "David di Donatello" สำหรับวงการภาพยนตร์อิตาเลียนมาหลายต่อหลายปี รวมทั้งยังมีการแสดงละครเวที จัดคอนเสิร์ตซิมโฟนี่ บัลเล่ต์ จัดตลอดช่วงตลอดฤดูร้อน ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารอาหารพื้นเมือง พักที่ HOTEL SPLENDID TAORMINA ระดับ 4 ดาวหรือเทียบเท่า วันที่สี่ เตารมิน่า เกาะชิชิลี – โคเซนซา – อัลเบโรเบลโล เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม นำท่านเดินทางสู่ เมืองโคเซนซา (Cosenza) ระยะทาง 240 กม. เมืองเล็กๆในภูมิภาคคาลาเบรีย(Calabria) ตั้งอยู่ในส่วนที่มีหุบเขารายล้อมมีทั้งภูเขา และเนินเขาผสมผสานกันในพื้นที่ มีทัศนียภาพที่สวยงาม เป็น 1 ใน 5 เมืองของจังหวัดคาลาเบรียที่โดดเด่น ในด้านศิลปะ และการศึกษา มีสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงเต็มไปด้วยสถาปัตยกรรมที่น่าสนใจ พิพิธภัณฑ์ และอนุสาวรีย์, จัตุรัสสวยงามประจำเมืองรายล้อมด้วยสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ นำท่านชมโบสถ์เก่าแก่ของเมืองโคเซนซา (Duomo of Cosenza) โบสถ์เก่าแก่ของเมืองโคเซนซา ซึ่งเป็นศูนย์กลางประวัติศาสตร์ของเมือง เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารอาหารพื้นเมือง บ่าย นำท่านเดินทางสู่เมืองอัลเบโรเบลโล (Alberobello) ระยะทาง 233 กม. ตั้งอยู่ในแคว้นปูลยา ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ของอิตาลี เป็นเมืองที่อยู่เกือบปลายเกือกของอิตาลี จึงมีทะเลล้อมรอบอยู่ใกล้ๆ เดินทางถึงเมืองอัลเบโรเบลโล นำท่านชมหมู่บ้านกระโจมหิน (Trulli Village)หมู่บ้านเก่าแก่ รูปทรงแปลกตา มีเอกลักษณ์ทางด้านสถาปัตยกรรมซึ่งมีหลังคาบ้านเป็นรูปทรงกรวยเกือบทุกหลัง ถ้าเดาจากรูปร่าง อาจคิดว่าอยู่ที่อาฟริกาเป็นแน่ แต่ที่แท้มันอยู่ในอิตาลี การที่มีรูปทรงแบบนี้ ที่จริงก็มีเค้าโครงมาตั้งแต่สมัยโบราณ เพราะเป็นบ้านที่มีวิวัฒนาการการตั้งถิ่นฐานของคนแถบ Greece, Egypt, Sardinia and Sicily รอบ ๆ ทะเลเมดิเตอร์เรเนียม มีการตั้งบ้านเรือนแบบนี้มาตั้งแต่ราวศตวรรษที่ 14-15 การที่บ้านเมืองดูโบราณ ๆ นั้น เพราะวัสดุที่ใช้สร้างบ้านเขาใช้วัสดุจากธรรมชาติ ที่หาได้รอบ ๆ นั่นเอง และการก่อสร้างก็ง่าย ๆ ไม่สลับซับซ้อน แต่ก็ยังไม่วายมีตำนาน เกี่ยวกับการก่อสร้างรูปแบบนี้ว่า เกิดจากการตั้งกฎของ Count of Conversano ที่เป็นผู้มีอำนาจในการควบคุมการก่อสร้างในสมัยก่อน เขาออกกฎให้การก่อสร้างในยุคนั้น ใช้หินเรียงซ้อนกัน โดยไม่ใช้ปูนก่อ เพื่อให้ง่ายต่อการรื้อถอนเพื่อหลักเลี่ยงการเสียภาษี เอกลักษณ์อย่างหนึ่งของบ้านแถบเมดิเตอร์เรเนียนนี้คือ การใช้สีง่าย ๆ ด้วยสีขาวเพียงสีเดียว ไม่นิยมความแตกต่างโดดเด่นที่ต้องไม่เหมือนใคร หมู่บ้านทั้งหมู่บ้านจึงมีความเป็นเอกลักษณ์โดดเด่น เป็นภาพรวมที่น่าชม และแปลกตามาก อิสระรับประทานอาหารค่ำ เพื่อไม่เป็นการรบกวนเวลาส่วนตัว พักที่ HOTEL ASTORIA ระดับ 4 ดาวหรือเทียบเท่า วันที่ห้า อัลเบโรเบลโล –มาเทรา – คาสเทลเมสซาโน – โพเทนซ่า เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม นำท่านเดินทางต่อสู่เมืองมาเทรา (Matera) ระยะทาง 69 กม. เมืองโบราณเล็ก ๆ ทางตอนใต้ของอิตาลีที่น้อยคนนักจะรู้จัก เป็นอีกที่หนึ่งเมืองท่องเที่ยวที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ ซึ่งตั้งอยู่ในแคว้นบาซีลีกาตา (Basilicata) ของประเทศอิตาลี เมืองมาเทราได้รับขนานนามว่าเป็นเมืองใต้ดิน หรือเมืองมนุษย์ถ้ำ เมืองนี้สร้างอยู่ในหิน และผู้คนอาศัยอยู่ในบ้านหินโบราณที่เป็นถ้ำที่เรียกว่า ซาสซี (Sassi) มานานหลายศตวรรษ ซึ่งองค์การยูเนสโกได้ประกาศให้เป็นมรดกโลก เดินทางถึงเมืองมาเทรา นำท่านชมเมืองมาเทรา เมืองนี้จะมีสองส่วนคือส่วนเมืองเก่า และส่วนเมืองใหม่ที่รัฐบาลพยายามอพยพผู้คนให้มาอยู่ที่เมืองใหม่ แต่ก็ยังมีพลเมืองบางส่วนยังคงอาสัยอยู่ในถ้ำหิน ของเมืองเก่า นำท่านชมย่านเมืองเก่าสัมผัสชีวิต ท่ามกลางเขาวงกตที่มีทางเดินขนาดเล็กที่ปูด้วยหิน บันไดสูงชัน และถนนที่คดเคิ้ยว ตลอดสองข้างทางเต็มไปด้วยอาคารบ้านเรือนอันแสนเก่าแก่ ไม่มีสถาปัตยกรรม หรือพระราชวังที่สวยงามใด ๆ มีแต่บ้านช่องที่มีอยู่ตามถ้ำที่เรียกกันว่า ซาสซี (SASSI) และโบสถ์รูปเปสเตรียน ที่ขุดไว้ตามโขนหินในยุคก่อนประวัติศาสตร์ ยูเนสโกได้กำหนดให้เป็นถิ่นฐานที่มีวัฒนธรรมที่ควรเก็บรักษาจนได้ขึ้นเป็นมรดกโลก นำท่านเข้าชมบ้านถ้ำหิน (Casa Grotta Di Vicosolitatio) สัมผัสความเป็นอยู่ของมนุษย์ถ้ำแห่งเมืองนี้ เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารอาหารจีน บ่าย นำท่านเดินทางสู่เมืองคาสเทลเมสซาโน (Castelmezzano) ระยะทาง 84 กม. เป็นเมืองเล็ก ๆ ที่ตั้งอยู่ในจังหวัดโพเทนซ่า (Potenza) เมืองนี้ถูกจัดให้เป็นหนึ่งในเมืองที่สวยที่สุดในประเทศอิตาลี สร้างอยู่ในหุบเขา เป็นหนึ่งหมู่บ้านที่มีสถาปัตยกรรมที่โดดเด่น มีประชากรอาศัยอยู่ ประมาณ 900 คน แรกเดิมเป็นถิ่นฐานของชาวกรีกราวศตวรรษที่ 5-6 แต่การเข้าไปชมเมืองแสนสวยแห่งนี้ก็ไม่ธรรมดาต้องลอดผ่านอุโมงค์ ข้ามช่องเขา เพื่อเข้าสู่ดินแดนที่น่าค้นหาแห่งนี้ นำท่านเที่ยวชมย่านเมืองเก่าที่สวยงานและมีบ้านเรือนที่แปลกตา ได้เวลาพอสมควรนำท่านเดินทางสู่เมืองโพเทนซ่า (Potenza) ระยะทาง 35 กม. ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารอาหารพื้นเมือง พักที่ HOTEL GRANDE ALBERGO POTENZA ระดับ 4 ดาวหรือเทียบเท่า วันที่หก โพเทนซ่า – ซาเลอร์โน – อมัลฟี่ – ซอร์เรนโต้ เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม นำท่านเดินทางสู่ เมืองซาเลอร์โน (Salerno) ระยะทาง 104 กม.อีกหนึ่งเมืองท่าของอิตาลีตอนใต้อันเป็นที่นิยมในการมาพักผ่อนตากอากาศของนักท่องเที่ยวจากทุกมุมโลกเดินอิสระท่านเดินเล่นพักผ่อนชมเมือง เมืองที่ดูสงบ เรียบง่ายริมชายฝั่งทะเลเมดิเตอร์เรเนียน เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารอาหารจีน บ่าย จากนั้นนำท่านเดินทางลัดเลาะชายฝั่งทะเลที่เรียกว่า อมัลฟี่โคสท์ (Amafi Coast) ชายฝั่งทางตอนใต้ของคาบสมุทรซอร์เรนตีเน ของอิตาลี (Sorrentine Peninsula) ซึ่งได้รับการยกย่องว่าเป็นชายฝั่งที่สวยที่สุดในยุโรป โดยถนนจะแคบมาก และเส้นทางจะเลียบไปตามหน้าผาสูงชัน จนถึงเมืองหลัก 3 เมือง คือ โพสิตาโน อมัลฟี่ และ ราเวลโล เส้นทางเลียบ ชายฝั่งและเมืองทั้งสามได้รับการอนุรักษ์ให้เป็นมรดกโลกโดยองค์การยูเนสโก้ ในปี ค.ศ.1997 ชมธรรมชาติอันงดงามกับบ้านเรือนที่ถูกสร้างอย่างลงตัวบริเวณผาสูงสู่เมืองอมัลฟี (Amalfi) ระยะทาง 25 กม. เป็นเมืองที่เคยมีอำนาจทางทะเล สมญานามว่า QUEEN OF MEDITERRANEAN แต่ต่อมาคาดว่าเกิดแผ่นดินถล่มจมหายไปในทะเลเมืองนี้จึงกลายเป็นเพียงเมืองเล็ก ๆ มีประชากรราว 3 พันคน มีมหาวิหารใหญ่ที่สวยงามเมืองนี้มีระบบการปกครองเหมือนกับเมืองเวนีส กล่าวคือเป็นระบบการปกครองโดยผู้ดำรงตำแหน่ง ดอจจ์ (DoggD) ซี่งมาจากการเลือกตั้ง ต่อมาในปี ค.ศ.1131 อมัลฟีตกอยู่ภายใต้การยึดครองของกษัตริย์โรเจอร์ แห่งเนเปิ้ล และต่อมาก็ถูกชาวปิซ่ายึดครอง นำท่านชมวิหารแห่งนักบุญแอนดรูว์ (Amalfi Cathedral) ซึ่งเปรียบเสมือนสัญลักษณ์ของเมืองอมัลฟี อีกทั้งยังได้รับการกล่าวขานว่ามีความงดงามมากที่สุดอีกด้วย โดยวิหารแห่งนี้ถูกสร้างขึ้นอย่างยิ่งใหญ่เพื่อเป็นเกียรติแก่ นักบุญแอนดรูว์ (Saint Andrew) โดยสร้างขึ้นตามศิลปะสไตล์อาหรับ – นอร์แมน โรมาเนสท์ ด้านหน้าของวิหารถูกประดับตกแต่งแบบโมเสกอย่างวิจิตรงดงาม และบริเวณที่เป็นไฮไลท์ของที่นี่คือ บริเวณบันไดขนาดใหญ่สไตล์ลอมบาร์ด – นอร์แมน (LOMBARD – NORMAN STYLES) ที่จะเป็นหนทางนำนักท่องเที่ยวไปพบกับความโอ่อ่าและวิจิตรตระการตาภายในวิหารแห่งนี้ จากนั้นนำท่านเดินทางสู่เมืองซอร์เรนโต้ (Sorrento) นำท่านชมเมืองซอร์เรนโต้ เมืองตากอากาศเล็ก ๆ ริมอ่าวเนเปิ้ล แต่ชื่อเสียงของเมืองในฐานะเมืองท่องเที่ยวของอิตาลีนั้นไม่ได้เล็ตามขนาดของเมือง ตัวเมืองตั้งอยู่บนหน้าผาสูง และไล่ระดับลงมาตามความลาดชันจนลงมาถึงระนาบเดียวกันกับหาดทรายสีเทาที่ได้รับการจัดระเบียบไว้อย่างเรียบร้อย และมีชายฝั่ง Amalfi ที่เลียบริมทะเลไปตามหน้าผายาวถึง 50 กม. นำท่านชม จัตุรัสทาซโซ่ (Piazza Tasso) ตั้งอยู่บริเวณใจกลางเมือง เป็นจัตุรัสที่เต็มไปด้วยสีสันของร้านรวงที่ตั้งเรียงรายตลอดสองข้างทางของถนนสายที่ได้ชื่อว่าเป็นช้อปปิ้งสตรีทอันมีชื่อเสียงของเมืองซอร์เรนโต้ พร้อมทั้งยังได้ชมวิถีชีวิตของผู้คนพื้นเมืองที่นิยมมานั่งจิบกาแฟ หรือมานั่งพูดคุยสังสรรค์กันในร้านอาหาร นำท่านชมบริเวณโดยรอบจัตุรัสทาซโซ่ ที่เต็มไปด้วยโบสถ์ วิหาร ที่มีความโดดเด่นงดงามเป็นเอกลักษณ์ด้วยรูปแบบสถาปัตยกรรมแบบบารอค อิสระท่านเดินเล่นชมเมืองหรือเลือกซื้อสินค้าตามอัธยาศัย ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารอาหารพื้นเมือง พักที่ GRAN PARADISO ART SORRENTO ระดับ 4 ดาวหรือเทียบเท่า วันที่เจ็ด ซอร์เรนโต้ – ปอมเปอี – นาโปลี – กาแซร์ตา – กรุงโรม เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม นำท่านเดินทางสู่ เมืองปอมเปอี (Pompeii) ระยะทาง 27 กม. ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของคาบสมุทรอิตาลี บริเวณริมอ่าวเนเปิลส์ เมื่อ 2,000 กว่าปีก่อน ปอมเปอีเป็นเมืองเก่าที่เจริญ รุ่งเรืองอย่างมาก ในยุคก่อนคริสต์ศักราชเมืองปอมเปอีอยู่ภายใต้อิทธิพลของกรีกเรื่อยมากระทั่งราว 80 ปีก่อนคริสต์ศักราชจึงถูกยึดครองเป็นอาณานิคมของอาณาจักรโรมัน เดินทาง ถึงเมืองปอมเปอี นำท่านเข้าชมเมืองโบราณปอมเปอี ที่ถูกปกคลุมไว้ด้วยลาวาเมื่อครั้งเกิดการระเบิดครั้งใหญ่ของภูเขาไฟ วิสุเวียส (MT.VESUVIUS) ในเดือนสิงหาคม พ.ศ. 622 ซึ่งลาวาที่ทับถมกันนั้นหนาถึง 6 – 7 เมตร ทำให้เมืองนี้หายไปทั่วเมือง ปัจจุบันมีการขุดค้นพบ 3 ใน 4 ส่วนของเมืองทั้งหมด จากการตั้งใจขุดค้นซากที่ค่อนข้างจะสมบูรณ์ของผู้คน สัตว์เลี้ยงต่าง ๆ ที่เหมือนถูกหยุดอยู่กับที่ ผ่านกาลเวลาอันยาวนาน ที่ยังบ่งบอกถึงความเจริญในยุคนั้นได้เป็นอย่างดีว่าเคยมีฐานะเป็นศูนย์กลางทางการค้าที่แน่นขนัดไปด้วยร้านค้า ตลาด และห้องแถว สนามกีฬา โรงละคร วิหาร โรงอาบน้ำสาธารณะ หอนางโลม โรงแรม หลังจาก การขุดสำรวจ ภาพชีวิตของชาวโรมันกว่าสองพันปีได้ปรากฏแก่สาธารณะชน เชิญสัมผัสได้ถึงชีวิตที่หรูหราในปอมเปอี และพลังอำนาจของธรรมชาติ ที่ไม่มีใครคาดคิดและไม่อาจหลีกหนีได้ทัน ด้วยความมหัศจรรย์ของปอมเปอีทำให้เมืองแห่งนี้ ได้รับการขึ้นทะเบียน เป็นมรดกโลกจากองค์การยูเนสโก เมื่อปีค.ศ. 1997 นอกจากนี้ที่นี่ยังเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทาง ยอดนิยมของประเทศอิตาลี ที่มีผู้มาเยือนมากกว่า 2 ล้านคนต่อปี เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารอาหารพื้นเมือง บ่าย นำท่านเดินทางสู่เมืองนาโปลี (Napoli) หรือ เนเปิ้ล ระยะทาง 26 กม. นำท่านเที่ยวชมเมืองนาโปลี เมืองหลวงของแคว้นกัมปาเนีย อยู่ที่ชายฝั่งด้านตะวันตกของอิตาลี ติดกับอ่าวเนเปิลส์ กึ่งกลางระหว่างพื้นที่ภูเขาไฟ 2 แห่ง คือ ภูเขาไฟวิสุเวียสและกัมปีเฟลเกรย์ และถือเป็นเมืองท่าของเรือสำราญท่องเที่ยวในเขตเมดิเตอร์เรเนียนที่สำคัญ มีชื่อเสียงในด้านความร่ำรวยทางประวัติศาสตร์ ศิลปะ วัฒนธรรม สถาปัตยกรรม ดนตรี และศาสตร์การทำอาหาร เป็นเมืองที่มีบทบาทสำคัญในคาบสมุทรอิตาลีมาตลอด 2,800 ปี นับแต่ก่อตั้งเมืองขึ้นมา โดยเป็นท่าเรือที่มีความสำคัญมากที่สุดแห่งหนึ่งในยุโรป นําท่านชมโบสถ์ดูโอโม่แห่งเนเปิ้ล ประจำเมืองที่ศักดิ์สิทธ์ซึ่งจะเกิดปาฏิหารย์ในทุกเดือนกย.ของทุกปีเป็นที่นับถือของชาวอิตาเลียน ชมย่านการค้าที่เก่าแก่ชมความเป็นอยู่ของชาวเนเปิ้ล ชมย่านการค้า และย่านเมืองเก่าของเมืองนาโปลี ได้เวลาพอสมควรนำท่านเดินทางสู่เมืองกาแซร์ตา (Caserta) ระยะทาง 36 กม. นำท่านเที่ยวชมพระราชวังกาแซร์ตา (Reggia Di Caserta) พระราชวังที่ใหญ่ที่สุดในศตวรรษที่18 (บริเวณด้านนอก) ตั้งอยู่ที่เมืองกาแซร์ตาก่อนถึงนาโปลี สร้างโดยพระเจ้าชาร์ลที่ 7 แห่งเนเปิลส์ ซึ่งต่อมาไปเป็นกษัตริย์ของสเปน (ชาร์ลที่3ของสเปน) สถาปนิกผู้ออกแบบคือ Luigi Vanvitelli พระราชวังสร้างขึ้นปี 1752 ในสถาปัตยกรรมแบบบาโรค มีห้องทั้งหมด 1,200 ห้อง มีบันไดขนาดใหญ่ 34 แห่ง ตัวอุทยานมีคลองส่งน้ำยาว 38 กม.ที่นำน้ำมาจากแหล่งน้ำพุใต้ดิน ส่งน้ำมาอุทยาน และต่อไปยังบ้านเรือนประชาชน(ในเขตเมืองเก่า) รวมถึงโรงงานผลิตผ้าไหม ที่นี่ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกของยูเนสโกเมื่อค.ศ. 1997 ได้เวลาพอสมควรนำท่านเดินทางสู่กรุงโรม (Rome) ระยะทาง 199 กม. อิสระรับประทานอาหารค่ำ เพื่อไม่เป็นการรบกวนเวลาส่วนตัว พักที่ HOTEL BARCELO ARAN MANTEGNA ROME ระดับ 4 ดาวหรือเทียบเท่า (2 คืน) วันที่แปด อิสระเต็มวันในกรุงโรม เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม อิสระท่องเที่ยว หรือ พักผ่อน ที่กรุงโรม ตามอัธยาศัย แบบเต็มวัน (ไม่มีบริการรถบัส และอาหาร) หัวหน้าทัวร์แนะนำวิธีการเดินทางเบื้องต้น ทั้งนี้ท่านควรเตรียมความพร้อม และวางแผนการเดินทางล่วงหน้าก่อนถึงวันเดินทาง เพื่อประโยชน์สูงสุดของท่าน พักที่ HOTEL BARCELO ARAN MANTEGNA ROME ระดับ 4 ดาวหรือเทียบเท่า วันที่เก้า กรุงโรม – ช้อปปิ้งเอาท์เลท – สนามบินกรุงโรม – สนามบินอิสตันบูล เช้า บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม นำท่านชมกรุงโรม (Rome) เมืองที่มีประวิติศาสตร์ยาวนานกว่า 2,500 ปี เป็นศูนย์รวมของสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วโลก และสถาปัตยกรรมที่สวยงามอลังการมากมาย เดินเล่นชมเมืองบริเวณ จัตุรัสนาโวนา (Piazza Navona) เป็นศูนย์รวมของสารพัดสิ่งทั้งร้านอาหาร นักดนตรี นักมายากลข้างถนน ศิลปินวาดรูปเหมือน และที่สำคัญคือ เดิมที่ที่ตรงนี้เป็นสนามกีฬา แข่งม้า ของชาวโรมัน ถนนที่อยู่บริเวณโดยรอบคือ ลู่วิ่งของม้า บริเวณนี้มีน้ำพุที่สำคัญ 3 แห่ง เป็นผลงานของศิลปินนักแกะสลักชื่อดัง Gian Lorenzo Bernimi ตรงกลางลานจะเห็นเสาโอบิลิสก์ (Obelisk) รอบ ๆ เสาจะเป็น น้ำพุแห่งสี่มหานที (Fountain Of the Four Rivers) ซึ่งแต่ละมุมจะมีรูปปั้น ซึ่งแทนแม่น้ำใหญ่จาก 4 ทวีป ได้แก่ คงคา ดานูป ไนล์ และพลาต้า (ในอเมริการใต้) นำท่านถ่ายภาพกับน้ำพุเทรวี (Trevi Fountain) งานประติมากรรมของเทพนิยายกรีก ที่มาของบทเพลง “ทรีคอยน์ อิน เดอะ ฟาวน์เทน” ที่เชื่อกันว่า หากท่านโยนเหรียญลงในน้ำพุแล้ว ท่านจะได้ กลับมาเยือนกรุงโรมอีกครั้ง จากนั้นท่านช้อปปิ้งย่านบันไดสเปน (Spanish Steps) บนถนนคอนดอตติ ย่านช้อปปิ้งขึ้นชื่อของอิตาลี เป็นบันไดที่กว้างและยาวที่สุดในทวีปยุโรป มีขั้นบันไดทั้งหมด 138 ขั้น ที่ล้อมรอบไปด้วยสถาปัตยกรรมอันสวยงามแล้วจัตุรัสแห่งนี้ยังต่อตรงกับถนน VIA CONDOTTI ที่เต็มไปด้วยร้านแบรนด์เนมมากมายทั้ง Dior, Prada, Gucci, Amarni, Versace, Valentino, Fendi, Ferragamo, Cartier, Bulgari เป็นต้น เรียกได้ว่าเป็นสถานที่ที่มีชีวิตชีวามากอีกแห่งหนึ่งของอิตาลี แนะนำให้ท่านลองชิม ไอศครีมเจลาโต (Gelato) ไอศครีมขึ้นชื่อที่ท่านไม่ควรพลาดเมื่อมาถึงอิตาลี กฎเกณฑ์ที่สำคัญของการมานั่งที่บันไดแห่งนี้ คือ ห้ามกินไอศกรีม! เนื่องจากบันไดสเปนเป็นอีกหนึ่งฉากที่ถ่ายทำในภาพยนตร์ชื่อดัง (ปี 1953) เรื่อง Roman Holiday ทำให้หนุ่มสาวหลายคู่เลียนแบบคู่พระเอกนางเอก ที่มานั่งจู๋จี๋กินไอศกรีมกันอย่างมากมาย จนทำให้บันไดเปรอะเปื้อนสกปรก และต้องออกกฎหมายห้ามจนถึงทุกวันนี้ จากนั้นนำท่านชม มหาวิหารแพนธีออน (Pantheon) วิหารที่สร้างขึ้นเพื่อบูชาเหล่าทวยเทพของกรีกโบราณ ออกแบบโดยมาร์คัส ซิพชานิอัส เดิมสร้างขึ้นตั้งแต่ 27 ปีก่อนคริสตศักราช ต่อมาถูกไฟไหม้และได้รับการบูรณะขึ้นใหม่ในปี ค.ศ. 118 และเป็นวิหารยุคโรมันที่เก่าแก่ที่สุดและคงสภาพสมบูรณ์เกือบทั้งหมดมาจนถึงทุกวันนี้ ความน่าทึ่งของวิหารนี้คือ การออกแบบด้านหน้าของวิหารที่เป็นเสากับหน้าจั่ว แต่หลังคาถูกออกแบบเป็นโดมครอบอาคารทรงกลม รวมทั้งความสูงจากพื้นถึงช่องตา (Oculus) บนเพดาน และเส้นผ่าศูนย์กลางของโดมด้านในเท่ากัน 43.3 เมตร เอกลักษณ์ที่หลายคนรู้จักคือ ช่องโหว่กลางหลังคาโดมที่ใช้เปิดรับแสงแต่ก็มีการเจาะรูเล็ก ๆ บนพื้นเพื่อเป็นการระบายน้ำฝนที่ตกเข้ามาในวิหารด้วย วิหารแพนธีออน ยังเป็นที่ฝังพระศพของกษัตริย์วิคเตอร์ เอมมานูเอล ที่ 2 และราฟาเอล ศิลปินชื่อก้องโลกอีกด้วย ได้เวลาพอสมควรนำท่านเดินทางสู่จากนั้นนาท่านเดินทางสู่ Castel Romano Outlet ระยะทาง 25 กม. เครือของ McArthurGlen Designer Outlet อิสระให้ท่านช้อปปิ้งอย่างจุใจกับเอ๊าท์เล็ตที่อยู่ไม่ไกลจากกรุงโรมและเป็นแหล่งช้อปปิ้งใหญ่ มีร้านค้ามากกว่า 120 ร้าน สินค้าแบรนด์ชื่อดังต่างๆ จากทุกมุมโลก มีสินค้าแบรนด์เนมและพบกับโปรโมชั่นส่วนลดให้เลือกมากมายอาทิ เช่น รองเท้า เสื้อผ้า เครื่องประดับ ของตกแต่งบ้าน พบกับแบรนด์ชั้นนำต่างๆ มากมาย อาทิ Adidas, Burberry, Calvin Klein, Coach, Diesel, Fossil, Gap, Guess, Lacoste, Levi’s, Moschino, Michael Kors, New Balance, Nike, Samsonite, Sisley, Superdry, Swatch, Tommy Hilfiger, The North Face, Swarovski, Versace, Valentino เป็นต้ อิสระรับประทานอาหารกลางวันภายในเอาท์เลท เพื่อไม่เป็นการรบกวนเวลาส่วนตัว 16.00 น. นำท่านเดินทางสู่สนามบินกรุงโรม ระยะทาง 30 กม. 19.45 น. ออกเดินทางสู่ อิสตันบูล ประเทศตุรกี โดยเที่ยวบินที่ TK1864 23.30 น. ถึงสนามบินอิสตันบูล แวะพักเปลี่ยนเครื่อง วันที่สิบ สนามบินอิสตันบูล – สนามบินสุวรรณภูมิ 01.45 น. ออกเดินทางอีกครั้ง โดยเที่ยวบินที่ TK68 15.25 น. ถึงสนามบินสุวรรณภูมิ ประเทศไทย โดยสวัสดิภาพ เดินทางโดย Turkish Airlines (TK)สรุปข้อมูลทัวร์รหัส : A00315
|
| Copyright © 2003 eTravelWay.com All rights reserved โดย บริษัททัวร์ วีอาร์ เอเจนซี ทราเวล แอนด์ เทรด จำกัด |
ติดตามข่าวสารโปรโมชั่นดีดี
@etravelway
รับโปรโมชั่นดีดี
เฉพาะคอทัวร์โปรไฟไหม้
ทัวร์ถูกคุณภาพคุ้มค่า
ทัวร์หลุดจอง
@etravelway.fire
เฉพาะคอทัวร์โปรไฟไหม้
fb.me/etravelway
สอบถามทาง Facebook