|
|
|
|
|||||||
ทัวร์อิตาลีรหัส : A03401
เดินทางโดย : EY-เอทิฮัด แอร์เวย์
โรงแรม
|
9 วัน 6 คืน
JOURNEY DREAM OF EUROPE lll
เยือนดินแดนมหัศจรรย์กับ 3 ประเทศยอดนิยมในยุโรป อิตาลี นครวาติกัน มหาวิหารเซนต์ปีเตอร์ โคลอสเซี่ยม น้ำพุเทรวี่ มหาวิหารแห่งมิลาน 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลก หอเอนปิซ่า, จัตุรัสดูโอโม่ มหาวิหารฟลอเรนซ์ เกาะเวนิส ต้นฉบับดินแดนแห่งสายน้ำ ทะเลสาบโคโม่ ทะเลสาบที่สวยที่สุดในโลก สวิส พิชิตยอดเขาทิตลิสแห่งสวิส ถ้ำน้ำแข็ง สะพานแขวน TITLIS CLIFF WALK ช้อปปิ้งเมืองซุก เที่ยวเมืองลูเซิร์น สะพานไม้ชาเปล สิงโตหินแกะสลัก ฝรั่งเศส เมืองปารีส ชม หอไอเฟล ประตูชัยฝรั่งเศส พิพิธภัณฑ์ลูฟร์ ถนนฌ็องเซลิ
คลิกดูโปรแกรมฉบับเต็ม (PDF)
เดินทาง
รายการนี้ยังไม่มีพีเรียดเดินทาง Download PDF
วันที่หนึ่ง กรุงเทพฯ - ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ 18:00 น. พร้อมกัน ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ อาคารผู้โดยสารระหว่างประเทศขาออกชั้น 4 ประตู 8 เคาน์เตอร์ Q สายการบิน สายการบินเอทิฮัด แอร์เวย์ โดยมีเจ้าหน้าที่บริษัทฯคอยต้อนรับและอำนวยความสะดวกด้านเอกสาร ติดแท็กกระเป๋าก่อนขึ้นเครื่อง วันที่สอง ท่าอากาศยานนานาชาติอาบูดาบี แวะพักเปลี่ยนเครื่อง-ท่าอากาศยานโอดาร์โน ดาร์วินชี อิตาลี-นครวาติกัน– โบสถ์น้อยซิสทีน – มหาวิหารเซนต์ปีเตอร์ - St.Peter’s Square - กรุงโรม – โคลอสเซี่ยม –วิหารแพนธีอัน -น้ำพุเทรวี่- บันไดสเปน - เมืองฟลอเรนซ์ 00:30 น. เดินทางถึง ท่าอากาศยานนานาชาติอาบูดาบี ประเทศ ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ แวะพักเปลี่ยนเครื่อง ตรวจรับสัมภาระเรียบร้อยแล้วนำท่านขึ้นรถโค้ชปรับอากาศ เดินทางสู่ นครวาติกัน (Vatican City) (ระยะทาง 29 กม./ 45 นาที) ซึ่งเป็นรัฐอิสระ มีขนาดเล็กมากเพียง 250 ไร่และเป็นศูนย์กลางของศาสนาคริสต์นิกายโรมันคาทอลิก เป็นเมืองแห่งศาสนจักรและที่ประทับของพระสันตะปาปา ประมุขสูงสุดแห่งศาสนา หรือที่เรียกสั้นๆ ว่า“โป๊ป” ![]() นำท่านถ่ายรูปด้านหน้า โบสถ์น้อยซิสทีน (Sistine Chapel) เป็นโบสถ์น้อยภายในพระราชวังพระสันตะปาปา ซึ่งเป็นที่ประทับอย่างเป็นทางการของพระสันตะปาปาในนครรัฐวาติกัน โบสถ์น้อยซิสทีนมึชื่อเสียงในทางสถาปัตยกรรมเพราะเป็นสถานที่ที่ทำให้ระลึกถึงพระวิหารของพระเจ้าโซโลมอนในพันธสัญญาเดิม, การตกแต่ง, จิตรกรรมฝาผนังโดยจิตรกรผู้มีชื่อเสียงในสมัยฟื้นฟูศิลปวิทยารวมทั้งมีเกลันเจโลผู้วาดเพดานของโบสถ์จนที่เป็นที่เลื่องลือ และสุดท้ายคือความสำคัญในการเป็นสถานที่ทำการประชุมเลือกตั้งพระสันตะปาปาองค์ใหม่ มหาวิหารเซนต์ปีเตอร์ (St.Peter Basilica) แห่งนครรัฐวาติกัน ที่งดงามด้วยศิลปะในยุคเรเนซองส์ ใช้เวลาสร้างถึง 150 ปี ด้านหน้ามหาวิหารเป็นลานกว้างเรียกว่า St.Peter’s Square ประกอบไปด้วยน้ำพุ 2 ด้าน และเสาโอเบลิกส์ 1 ต้น ล้อมรอบไปด้วยเหล่าเทพเทวาบนหลังคาและกำแพงสูง (ค่าทัวร์ไม่รวมค่าเข้า Vatican Museum และ Sistine Chapel ) จากนั้น นำท่านเดินทางสู่ กรุงโรม (Rome) (ระยะทาง 6 ก.ม./ 20 นาที) เมืองหลวงของประเทศอิตาลี กรุงโรมเป็นเมืองหลวงและเมืองที่ใหญ่ที่สุดของแคว้นลาซีโอและประเทศอิตาลี มีคนอาศัยประมาณ 2.5 ล้านคนและนำท่านสู่ชื่นชมกับสถาปัตยกรรมและประวัติศาสตร์แห่งความยิ่งใหญ่ จากนั้น นำท่านสัมผัสความยิ่งใหญ่ 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลกที่ โคลอสเซี่ยม (Colosseum) (ถ่ายรูปด้านนอก) เป็นสนามกีฬากลางแจ้งขนาดใหญ่ตั้งอยู่ใจกลางกรุงโรม ก่อด้วยอิฐและหินทรายวัดโดยรอบได้ประมาณ 527เมตร สูง 57เมตร ![]() และนำท่านชมความงามของ วิหารแพนธีอัน (Pantheon) เป็นสิ่งก่อสร้างที่ตั้งอยู่ในกรุงโรม เดิมสร้างโดยมาร์คัส วิพซานิอัส อกริพพา (Marcus Vipsanius Agrippa) สำหรับเป็นเทวสถาน (Roman temple) แก่เทพต่างๆ ของโรมันโบราณ ต่อมาก็ได้รับการสร้างใหม่ในต้นคริสต์ศตวรรษที่ 2 แต่ตัวสิ่งก่อสร้างจะอุทิศให้แก่เทพเท่านั้น ในปัจจุบันอนุสาวรีย์นี้เป็นที่เป็นที่เก็บศพของคนสำคัญ แพนธีอันเป็นสิ่งก่อสร้างจากสมัยโรมันที่ยังอยู่ในสภาพที่สมบูรณ์ที่สุดสิ่งหนึ่ง และได้รับการใช้สอยตลอดมาในประวัติศาสตร์ ตั้งแต่คริสต์ศตวรรษที่ 7 ก็ใช้เป็นคริสต์ศาสนสถานของโรมันคาทอลิก ที่อุทิศให้ “พระแม่มารีและผู้พลีชีพเพื่อศาสนา” ตัวตึกเป็นสิ่งก่อสร้างที่มีโดมขนาดใหญ่ที่เก่าที่สุดในกรุงโรม น้ำพุเทรวี่ (Trevi Fountain) เป็นลานน้ำพุและอนุสรณ์สถานที่จัดได้ว่าสวยงามและมีชื่อเสียงที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ตั้งอยู่ในกรุงโรม ประเทศอิตาลี โดยนอกจากในเรื่องของความสวยงามแล้วที่นี่ยังมีเรื่องเกี่ยวกับความเชื่อเกี่ยวกับการโยนเหรียญอธิษฐานที่เป็นเสน่ห์ให้นักท่องเที่ยวไปเที่ยวชมกันอีกด้วย และเป็นน้ำพุแบบบาโรกที่ใหญ่ที่สุดในกรุงโรม โดยมีขนาดความสูงถึง 85 ฟุต และความกว้างถึง 65 ฟุต น้ำพุแห่งนี้ตั้งอยู่บนทางสามแพร่งโดยเป็นจุดบรรจบกันของ Acqua Vergine, Aqua Virgo และสะพานส่งน้ำของโรมันโบราณ โดยน้ำพุที่เห็นกันในปัจจุบันนั้นได้เริ่มก่อสร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1732 โดยการออกแบบของนิโคลา ซาลวิ ![]() นำท่านชมและถ่ายรูปบริเวณย่าน บันไดสเปน (Spanish steps) เป็นบันไดที่กว้างที่สุดและยาวที่สุดในทวีปยุโรป ถูกเรียกชื่อตามสถานฑูตสเปน จัตุรัสนี้ยังต่อตรงกับถนน Via Condotti ที่เต็มไปด้วยร้านแบรนด์เนมมากมาย ทั้ง Dior, Prada, Gucci,Valentio, Versace, Fendi, Ferragamo, Cartier, Bulgari, Rimowa, Longchamp, Furla, Tod’s Ferragamo Armani, Tag Heuer, Tissot และอื่นๆ เป็นต้น จากนั้น นำท่านมุ่งหน้าสู่ เมืองฟลอเรนซ์ (Florence) (ระยะทาง 275 ก.ม./ 4 ชม.) เป็นเมืองเล็กๆ ที่มี แม่น้ำอาร์โน (Arno) ไหลผ่านท่ามกลางตึกอาคารทรงโบราณโทนสีอบอุ่นและทิวเขาที่สวยงาม ถึงจะเป็นเมืองเล็กๆ แต่ก็มีดีกรีเป็นถึงเมืองหลวงของ แคว้นทัสคาน (Tuscany) อีกทั้งยังเคยเป็นเมืองหลวงของ ประเทศอิตาลี ตั้งแต่ปี ค.ศ. 1865 จนถึง 1871 อีกด้วย ที่พัก: Best Western Plus CHC Florence 4* หรือระดับใกล้เคียงกัน ![]() วันที่สาม เมืองฟลอเรนซ์-มหาวิหารฟลอเรนซ์-หอศีลจุ่มนักบุญเซนต์จอห์น-สะพานปอนเตเวคคิโอ-เปียซซาเดลลาซิญญอเรีย-เมืองปิซา-หอเอนปิซ่า- มหาวิหารปิซา-เมืองโบโลญญ่า-จัตุรัสมัจโจเล่-โบสถ์ซานเปโตรนิโอ-โบสถ์ซานโตสเตฟาโน-หอคอยคู่ เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ โรงแรม (มื้อที่3) ![]() จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองปิซา (Pisa) (ระยะทาง 102 ก.ม. / 1.30 ชม.) เป็นเมืองที่เป็นที่รู้จักอย่างดีเกี่ยวกับ หอเอนเมืองปิซาซากโบราณวัตถุของเมืองที่ยังหลงหลือจากศตวรรษที่5ก่อนคริสตกาล เป็นเมืองที่เคยมีความสำคัญมากด้านการค้าขายในแถบทะเลเมดิเตอร์เรเนียน เที่ยง รับประทานอาหารเที่ยง (มื้อที่4) ![]() จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองโบโลญญ่า Bologna (ระยะทาง 176 กม. / 2.30 ชม.) เมืองหลวงของแคว้นเอมีเลียโรมัญญา โดยตัวเมืองนั้นตั้งอยู่ระหว่างแม่น้ำโปกับเทือกเขาแอแพนไนน์ นอกจากนั้นยังเป็นหนึ่งในเมืองยุคกลางที่ได้รับการรักษาไว้ อย่างดีที่สุดแห่งหนึ่งในยุโรป ชมบริเวณ จัตุรัสมัจโจเล่ (Piazza Maggiore) จัตุรัสขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่ใจกลางเมืองเก่าที่ล้อมรอบด้วย โบสถ์ซานเปโตรนิโอ (Basilica of San Petronio) และ โบสถ์ซานโตสเตฟาโน (Basilica Santo Stefano) และ หอคอยคู่ (Two towers) หอคอย สองหลังที่พิงกัน เป็นสัญลักษณ์ของเมืองโบโลญญาประเทศอิตาลี และเป็นหอคอยที่โดดเด่นที่สุดของโบโลญญา ให้ท่านเดินชมเมืองและถ่ายรูปจนได้เวลานัดหมาย วันที่สี่ เมืองโบโลญญ่า-ท่าเรือตรอนเคตโต้-เกาะเวนิส-จัตุรัสซานมาร์โค-สะพานริอัลโต-โบสถ์เซนต์มาร์ก-พระราชวังดอจส์- ท่าเรือตรอนเคตโต้-เมืองมิลาน เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ โรงแรม (มื้อที่6) และนำท่านชมความสวยงามของ จัตุรัสซานมาร์โค (Piazza San Marco หรือ Saint Mark Square) เป็นจัตุรัสกลางเมืองเวนิส ที่ขึ้นชื่อว่าสวยที่สุดแห่งหนึ่งในอิตาลี ล้อมรอบด้วยสถาปัตยกรมอันงดงาม อาทิ สะพานริอัลโต (Ponte di Rialto) เป็นสะพานที่เก่าแก่ที่สุดในเวนิสและเป็นสะพานแรกที่ข้าม Grand Canal เดินชมตัวเมืองจนถึง โบสถ์เซนต์มาร์ก (St. Mark’s Basilica) เดิมที่เป็นโบสถ์ส่วนตัวของผู้ครองเมืองในสมัยนั้น พระราชวังดอจส์ (Doge’s Palace) ซึ่งถือเป็นสัญลักษณ์ประจาเมืองเวนิส อิสระให้ท่านพักผ่อนและเก็บภาพความประทับใจตามอัธยาศัย ![]() เที่ยง รับประทานอาหารเที่ยง (มื้อที่7) วันที่ห้า เมืองมิลาน- มหาวิหารแห่งมิลาน-พระราชวังมิลาน-ห้าง Galleria Vittorio Emanuele II -เมืองโคโม่-ทะเลสาบโคโม่-เมืองลูเซิร์น สวิตเซอร์แลนด์- สิงโตหินแกะสลัก- ชมสะพานไม้ชาเปล เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ โรงแรม (มื้อที่9) ![]() จากนั้นพาทุกท่านแวะถ่ายภาพกับ พระราชวังมิลาน (Royal Palace of Milan) เป็นที่ตั้งของรัฐบาลในเมืองมิลานเป็นเวลาหลายศตวรรษ ปัจจุบันทำหน้าที่เป็นศูนย์วัฒนธรรมและเป็นที่ตั้งของนิทรรศการศิลปะระดับนานาชาติ ครอบคลุมพื้นที่กว่า 7,000 ตารางเมตร และเป็นที่จัดแสดงงานศิลปะสมัยใหม่และร่วมสมัย และคอลเล็กชันที่มีชื่อเสียงโดยร่วมมือกับพิพิธภัณฑ์และสถาบันทางวัฒนธรรมที่มีชื่อเสียงจากทั่วโลกเป็นประจำ ไปชมและช้อปปิ้งที่ ห้าง Galleria Vittorio Emanuele II เป็นหนึ่งในศูนย์การค้าที่เก่าแก่ที่สุดในโลก มีลักษณะเป็นทางเดินและอาคารขนาบ 4 ชั้น คลุมด้วยหลังคาทรงโค้ง ตั้งอยู่ในใจกลางเมืองมิลาน ![]() นำท่านเดินทางสู่ เมืองโคโม่ (Como) (ระยะทาง 50 กม. / 1 ชม) เป็นเมืองในแคว้นลอมบาร์เดีย ประเทศอิตาลี ตั้งอยู่บริเวณพรมแดนกับประเทศสวิตเซอร์แลนด์ โคโม่เป็นเมืองที่ตั้งอยู่ในเทือกเขาแอลป์ ทิศเหนือของเมืองอยู่ติดกับทะเลสาบโคโม่ ถือเป็นเมืองท่องเที่ยวยอดนิยมแห่งหนึ่ง เป็นแหล่งรวมชิ้นงานศิลปะชื่อดัง, มีโบสถ์, พิพิธภัณฑ์, สวน, โรงละคร, วังเก่าอยู่มากมาย พาทุกท่านไปเก็บภาพความประทับใจกับ ทะเลสาบโคโม่ (Lake Como) ขึ้นชื่อว่าเป็นทะเลสาบที่สวยที่สุดในโลก ตั้งอยู่ใน แคว้นลอมบาร์เดีย (Lombardy) ไม่ไกลจากเมืองมิลาน (Milan) เท่าไรนัก ด้วยความยาวโดยรอบถึง 160 กิโลเมตร บวกกับพื้นที่รอบๆ ทะเลสาบถึง 146 ตารางกิโลเมตร จึงทำให้ทะเลสาบแห่งนี้กลายเป็นทะเลสาบที่ใหญ่ที่สุดเป็นอันดับ 3 ของประเทศอิตาลี และยังเป็นทะเลสาบที่ลึกที่สุดเป็นอันดับ 5 ในยุโรปด้วยความลึกกว่า 400 เมตร รูปร่างลักษณะเฉพาะของทะเลสาบโคโม่ทำให้นึกถึง Y ที่กลับด้านที่โด่งดังไปทั่วโลก เป็นผลมาจากการละลายของธารน้ำแข็งรวมกับการกัดเซาะของแม่น้ำ Adda โบราณ ทำให้เกิดทางแยกเป็นตัว Y และยังเป็นทะเลสาบมีทิวทัศน์ที่งดงามที่สุดแห่งหนึ่งในโลก ![]() เที่ยง รับประทานอาหารเที่ยง (มื้อที่10) จากนั้น นำท่านชม สิงโตหินแกะสลัก (Dying Lion of Lucerne) ที่แกะสลักบนผาหินธรรมชาติ เพื่อเป็นอนุสรณ์รำลึกถึงการสละชีพอย่างกล้าหาญของทหารสวิตที่เกิดจากการปฏิวัติ ![]() ในฝรั่งเศสเมื่อปี ค.ศ.1792 ชมสะพานไม้ชาเปล (Chapel Bridge) ซึ่งมีความยาวถึง 204 เมตร ทอดข้ามผ่าน แม่น้ำรอยส์ (Reuss River) ซึ่งเป็นเหมือนสัญลักษณ์ของเมืองลูเซิร์นเป็นสะพานไม้ที่มีหลังคาที่เก่าแก่ที่สุดในยุโรป สร้างขึ้นเมื่อปี ค.ศ.1333 โดยใต้หลังคาคลุมสะพานมีภาพวาดประวัติศาสตร์ของชาวสวิlตลอดแนวสะพาน อิสระเดินเล่นที่ Schwanenplatz ที่นี่เป็นแหล่งช้อปปิ้งหลักสำหรับนักท่องเที่ยวที่มาเยือนลูเซิร์น ตั้งอยู่ริมฝั่งขวาของทะเลสาบลูเซิร์น มีร้านค้ามากมายที่นี่ ร้านกาแฟ ร้านอาหาร มีโรงงานนาฬิกาโรเล็กซ์ในบริเวณนี้ด้วย ร้านค้ารอบๆขายงานฝีมือสวิสท้องถิ่น ร้านค้าบางร้านขายของที่ระลึก ช็อคโกแลต เครื่องประดับ ฯลฯ ![]() วันที่หก เมืองลูเซิร์น-เมืองแองเกิลเบิร์ก-ยอดเขาทิตลิส-ถ้ำน้ำแข็ง-สะพานแขวน TITLIS CLIFF WALK-เมืองซุก- Lohri AG Store-เมืองดิจอง เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ โรงแรม (มื้อที่12) เพื่อเดินทางขึ้นสู่ ยอดเขาทิตลิส (Titlis) ท่านจะได้สัมผัสกับกระเช้าทรงกลมที่เรียกว่า โรแตร์ เคเบิ้ลคาร์ ที่จะหมุนรอบๆ ที่ท่านสามารถดูวิวได้ 360องศาในขณะที่เคลื่อนที่ขึ้นไปเรื่อยๆ ท่านจะได้ขึ้นชมทัศนียภาพที่งดงาม ของเทือกเขาแอลป์ ชม ถ้ำน้ำแข็ง (Glacier cave) ที่สวยงามและเดินเล่นถ่ายรูปหรือเล่นหิมะบนยอดเขา และชม สะพานแขวน (TITLIS CLIFF WALK) สร้างขึ้นฉลองครบรอบ 100 ปีการท่องเที่ยวบนยอดเขาทิตลิส สะพานมีความยาว 100 เมตร ความสูง3,000 เมตร ทอดข้ามหน้าผา อิสระให้ท่านถ่ายรูปตามอัธยาศัย ![]() จากนั้นนำท่านเที่ยวชม เมืองซุก (ZUG) (ระยะทาง 64 กม. / 1 ชม.) เป็นเมื่องที่ร่ำรวยที่สุดในประเทศ และซุกเป็นเมืองที่ติดอันดับหนึ่งในสิบของโลกเมืองที่สะอาดที่สุด เป็นเมืองเก่าที่คงความสวยงามของพื้นหินแบบยุโรปในยุคกลางจะหลงรักเมืองนี้ สิ่งที่จะทำให้ท่านประทับใจคือรู้สึกได้ถึงอากาศที่สดชื่นและสะอาดอาจเป็นเพราะเมืองนี้ตั้งอยู่บนทะเลสาบ อิสระชอปปิ้งที่ Lohri AG Store ทีมีนาฬิกาชั้นนำระดับโลกให้ท่านเลือกซื้อเลือกชมอาทิ เช่น Patek Philippe, Franck Muller Cartier , Piaget, Parmigiani Fleurier, Panerai, IWC , Omega, Jaeger-LeCoultre, Blancpain, Tag Heuer ฯลฯ Interlaken ![]() จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองดิจอง หรือ ดีฌง (Dijon) (ระยะทาง 362 กม. / 4.30 ชม.) หนึ่งในเมืองท่องเที่ยวที่สวยงาม และน่าค้นหาเมืองหนึ่งในประเทศฝรั่งเศส เป็นเมืองหลวงของจังหวัดโคต-ดอร์ในแคว้นบูร์กอญในประเทศฝรั่งเศส ถือเป็นเมืองสำคัญแห่งแคว้นเบอร์กันดี เป็นแหล่งไวน์และมัสตาร์ดชั้นดีอีกแห่งของฝรั่งเศส มีแหล่งท่องเที่ยวและทัศนียภาพสวยงามต่างๆ ที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกให้เข้าไปสัมผัสความงามที่เป็นเอกลักษณ์ของเมืองดิจอง ![]() วันที่เจ็ด เมืองดิจอง- McAtrthurGlen Troyes-เมืองปารีส-หอไอเฟล-ประตูชัยฝรั่งเศส-ถนนฌ็องเซลิเซ่-พิพิธภัณฑ์ลูฟร์-ห้างปลอดภาษี Benlux Louvre duty free- ห้างแกลเลอรี่ ลาฟาแยตต์ เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ โรงแรม (มื้อที่15) ![]() เริ่มต้นที่ หอไอเฟล (Eiffel Tower) เป็นหนึ่งในแลนด์มาร์คสำคัญของประเทศฝรั่งเศส ตัวอาคารก่อสร้างโดยโครงเหล็กทั้งหมด มีความสูงประมาณ 300 เมตร(เทียบกับตึกประมาณ 75 ชั้น) สร้างเป็นรูปแบบหอคอย โดยถูกตั้งตามชื่อของสถาปนิกที่คนออกแบบชื่อว่า “กุสตาฟ ไอเฟล” ซึ่งเป็นทั้งวิศวกรและสถาปนิกชื่อดังของฝรั่งเศสในยุคนั้น ซึ่งเชี่ยวชาญด้านการก่อสร้างงานเหล็กโดยเฉพาะ หอไอเฟลสร้างขึ้นมาเพื่อใช้เป็นผลงานในการเฉลิมฉลองวันครบรอบ 100 ปี แห่งการปฏิวัติประเทศฝรั่งเศส และเพื่อแสดงถึงความร่ำรวย ยิ่งใหญ่ รวมถึงความสำเร็จในยุคอุตสาหกรรมของประเทศในขณะนั้นด้วยหนึ่ง ในจุดถ่ายรูปหอไอเฟลที่ดีที่สุดคือลานตรงข้างหน้าปราสาท Palais de Chaillot ที่อยู่ใกล้ๆกับสถานีของ Trocadéro ที่เราจะพาทุกท่านไป เพราะตรงนี้เป็นมุมถ่ายแล้วจะเห็นหอไอเฟลแบบไม่มีอะไรมาบังความสวยงามแน่นอน ![]() ไปต่อกันที่ ประตูชัยฝรั่งเศส (Arc de Triomphe) หรือเรียกเต็มๆว่า อาร์กเดอทรียงฟ์เดอเลตวล เป็นผลงานสถาปัตยกรรมที่ออกแบบโดย ฌ็อง ชาลแกร็ง มีอายุกว่า 200 ปีสร้างขึ้นปี พ.ศ. 2349 มีความสูง 49.5 เมตร มีความกว้าง 45 เมตรและมีความลึกถึง 22 เมตรถูกจัดอันดับเป็นประตูชัยที่ใหญ่อันดับ 2 ของโลกหลังจากที่จักรพรรดิ นโปเลียนที่ 1 ได้รับชัยชนะจากยุทธการเอาสเตอร์ลิทซ์ ใช้เวลาก่อสร้างยาวนานกว่าสามสิบปี ใช้ศิลปะคลาสสิคใหม่ที่ดัดแปลงมาจากสถาปัตยกรรมโรมันโบราณโดยการใช้รูปปั้นแกะสลักจากช่างแกะสลักคนสำคัญแห่งยุค มีรูปแกะสลักที่เป็นสัญลักษณ์แห่งชัยชนะ การปลุกใจ รวมทั้งสดุดีการเสียสละแก่วีรชนทหารกล้าที่ทำเพื่อประเทศฝรั่งเศส ต่อมาถูกตั้งให้เป็นอนุสรณ์ของทหารฝรั่งเศสในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 1 ซึ่งในปัจจุบันยังเป็นสุสานของทหารนิรนามที่ทำเพื่อประเทศฝรั่งเศสอีกด้วย ![]() จากนั้นไปที่ถนนที่มีชื่อเสียงที่โด่งดังที่สุดในฝรั่งเศส ถนนฌ็องเซลิเซ่ (Champs Elysees) เป็นหนึ่งในถนนที่มีชื่อเสียงโด่งดังในฝรั่งเศส ย่านศูนย์การค้าระดับพรีเมียม แหล่งรวมสินค้าแบรนด์ดังระดับโลกทุกแบรนด์ ร้านอาหารที่มีความหรูหราอลังการ ถือว่าเป็นย่านธุรกิจที่สำคัญของกรุงปารีส ย่านการค้าที่มีค่าเช่าที่แพงที่สุดในโลก และยังถูกจัดอันดับให้แป็นถนนที่สวยที่สุดในโลก ตึกส่วนใหญ่บนถนนฌ็องเซลิเซ่เป็นสถาปัตยกรรมที่มีการผสมผสานศิลปะ Art Deco กับการตกแต่งสไตล์ Art Nouveau เข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว ![]() จากนั้นพาทุกท่านไปที่ จัตุรัสคองคอร์ด (Place de la Concorde) เป็นสถานที่แห่งความทรงจำทางประวัติศาสตร์ในกรุงปารีส เป็นสัญลักษณ์ของสงครามกลางเมืองและการปฏิวัติการปกครองของฝรั่งเศส จัตุรัสคองคอร์ดถูกสร้างขึ้นในสมัยของพระเจ้าหลุยส์ที่ 15 โดยสถาปนิกชื่อ Jacques Ange Gabriel และสร้างเสร็จสิ้นในปี ค.ศ.1755 เพื่อประดิษฐานพระบรมรูปทรงม้าแต่ถูกทำลายโดยพระเจ้าหลุยส์ที่ 16 ![]() 16 จากนั้นพาท่านไปเยี่ยมชมด้านนอกของ พิพิธภัณฑ์ลูฟร์ (Louvre Museum) เป็นพิพิธภัณฑ์ที่มีชื่อเสียงโด่งดังที่สุดของเมืองปารีส จากผลงานที่จัดแสดงไปจนถึงความเก่าแก่และยิ่งใหญ่ของสถานที่ทำให้เป็นพิพิธภัณฑ์ที่มีความสำคัญระดับโลก ก่อตั้งขึ้นโดยพระเจ้าฟิลิปที่ 2 ก่อนที่จะถูกขยายให้เป็นพระราชวังหลวง ในปัจจุบันพิพิธภัณฑ์ลู ฟร์ (Louvre Museum) เป็นสถานที่เก็บรักษาผลงานศิลปพที่ทรงคุณค่าไว้มากกว่า 400,000 ชิ้น แต่นำมาจัดแสดงให้ชมเพียง 40,000 ชิ้นเท่านั้น ซึ้งแน่นอนว่าผลงานศิลปะเหล่านี้ถูกเล่าต่อกันมาว่าเป็นสมบัติจากการที่ฝรั่งเศสนำมาจากประเทศที่ตนชนะสงคราม ![]() พาทุกท่านไปอิสระช้อปปิ้งที่ ห้างปลอดภาษี Benlux Louvre duty free เป็นห้างชื่อดังใจกลางกรุงปารีส ซึ่งคุณจะได้พบกับสินค้าแบรนด์ชั้นนำต่างๆจากทั่วโลก ในราคาที่ไม่แพงและบรรยากาศที่หรูหราตระการตา ที่ดีเด่นต่อนักท่องเที่ยวไทย เพราะมีพนักงานและข้อความภาษาไทยในห้างนี้ด้วย และ ห้างแกลเลอรี่ ลาฟาแยตต์ (Galleries Lafayette) เป็นห้างหรูที่มีชื่อเสียงมากที่สุดแห่งหนึ่งของปารีส ภายในอาคารที่มีสถาปัตยกรรมที่สวยงาม เปิดให้บริการครั้งแรกในปี ค.ศ.1912 เดิมทีก่อนที่จะมาเป็นห้างสรรพสินค้าแฟชั่นชั้นนำของโลกอย่างทุกวันนี้แต่ก่อนเป็นแค่ร้านขายเสื้อผ้าเล็กๆ ที่หัวมุมถนน Lafayette แต่ภายหลังไม่นานได้มีการขยับขยายพื้นที่เพื่อให้เพียงพอต่อจำนวนพนักงานและลูกค้าที่มาจับจ่ายใช้สอย มีบันทึกว่าเป็นปีที่มียอดขายสูงสุด ซึ่งในปัจจุบันมีสาขาแบ่งอยู่ตามเมืองใหญ่ๆทั้งในประเทศและนอกประเทศ รวมแล้วทั้งหมด 61 แห่ง ![]() วันที่แปด เมืองปารีส - ท่าอากาศยานนานาชาติปารีส-ชาร์ล เดอ โกล – ท่าอากาศยานอาบูดาบี เช้า รับประทานอาหารเช้า (SET BOX ) (มื้อที่17) จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ ท่าอากาศยานนานาชาติปารีส-ชาร์ล เดอ โกล ประเทศฝรั่งเศส เพื่อเดินทางกลับสู่กรุงเทพฯ วันที่เก้า ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ-กรุงเทพฯ 07:20 น. เดินทางถึง ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ โดยสวัสดิภาพ เดินทางโดย Etihad Airways (EY)สรุปข้อมูลทัวร์รหัส : A03401
|
| Copyright © 2003 eTravelWay.com All rights reserved โดย บริษัททัวร์ วีอาร์ เอเจนซี ทราเวล แอนด์ เทรด จำกัด |
ติดตามข่าวสารโปรโมชั่นดีดี
@etravelway
รับโปรโมชั่นดีดี
เฉพาะคอทัวร์โปรไฟไหม้
ทัวร์ถูกคุณภาพคุ้มค่า
ทัวร์หลุดจอง
@etravelway.fire
เฉพาะคอทัวร์โปรไฟไหม้
fb.me/etravelway
สอบถามทาง Facebook