ทัวร์บราซิล Code:A05942 19 วัน 15 คืน บิน TK-เตอร์กิช แอร์ไลน์ โดย eTravelWay.com
เปิดทำการ จ - ศ : 08.30 - 21.00 น. ส - อา : 09.00 - 21.00 น.
eTravelWay.com logo
Add Friend Add Friend
ติดตามข่าวสารโปรโมชั่นดีดี

เพิ่มเพื่อน LINE รับข่าวสาร โปรโมชั่น
@etravelway

รับโปรโมชั่นดีดี
Add Friend
เฉพาะคอทัวร์โปรไฟไหม้
ทัวร์ถูกคุณภาพคุ้มค่า
ทัวร์หลุดจอง
เพิ่มเพื่อน LINE ทัวร์ไฟไหม้
@etravelway.fire

เฉพาะคอทัวร์โปรไฟไหม้
แชทผ่าน Facebook ติดต่อผ่าน Facebook
fb.me/etravelway

สอบถามทาง Facebook
ทัวร์บราซิล
คลิก ดูโปรแกรมเต็ม
จองทาง LINE @etravelway Share

ทัวร์บราซิล

 รหัส : A05942
เดินทางโดย : TK-เตอร์กิช แอร์ไลน์
โรงแรม 4 ดาว |  จำนวนวัน 19 วัน 15 คืน
เซาเปาโล - ริโอเดอจาเนโร - ชมขบวนคาร์นิวัล - เคเบิ้ลคาร์ขึ้น ชูการ์โลฟ พระเยซูคริสต์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก - น้ำตกอิกวาสุ (2 ฟากฝั่งทั้ง บราซิลและอาร์เจนตินา) ล่องเรืออิกวาสุ - มาชูปิคชู - คูซโก้ - ลิมา (เปรู) ถิ่นกำเนิดจักรวรรดิอินคา ชิลี - ซานเตียโก - บัวโนสไอเรส (อาร์เจนตินา) - เอลคาลาฟาเต้ - ธารน้ำแข็งเปอร์ริโต โมริโน

คลิกดูโปรแกรมฉบับเต็ม (PDF)
เดินทาง
รายการนี้ยังไม่มีพีเรียดเดินทาง
Download PDF
ริโอ คาร์นิวัล 2024 19 วัน 15 คืน
(บราซิล – เปรู – ชิลี – อาร์เจนตินา – คาลาฟาเต้)
15 กุมภาพันธ์ – 4 มีนาคม 2024
409,900 บาท
เซาเปาโล – ริโอเดอจาเนโร – ชมขบวนคาร์นิวัล (ที่นั่งแถวหน้า) - เคเบิ้ลคาร์ขึ้น ชูการ์โลฟ
พระเยซูคริสต์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก – น้ำตกอิกวาสุ (2 ฟากฝั่งทั้ง บราซิลและอาร์เจนตินา)
ล่องเรืออิกวาสุ – มาชูปิคชู – คูซโก้ – ลิมา (เปรู) ถิ่นกำเนิดจักรวรรดิอินคา
ชิลี – ซานเตียโก – บัวโนสไอเรส (อาร์เจนตินา) – เอลคาลาฟาเต้ – ธารน้ำแข็งเปอร์ริโต โมริโน
(พิเศษ....เมนู กุ้งมังกร, ขาปูยักษ์, เนื้อชั้นดีอาร์เจนตินา...สะสมไมล์สตาร์ อัลไลแอนซ์)
จองและมัดจำก่อน 30 กันยายน 2566……….ลดทันที 10,000 บาท
วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2024 กรุงเทพ – อิสตันบูล
19.30 น. คณะพบเจ้าหน้าที่และมัคคุเทศก์ได้ที่เคาน์เตอร์เช็คอิน M ประตูทางเข้าที่ 6 อาคารผู้โดยสารชั้น 4
เคาน์เตอร์สายการบินเตอร์กิช แอร์ไลน์ส (TK) ณ สนามบินสุวรรณภูมิ
22.50 น. ออกเดินทางสู่นครอิสตันบูล ประเทศตุรกี โดยเที่ยวบิน TK 65 (ใช้เวลาบินประมาณ 10.55 ชม.) เพลิดเพลินกับภาพยนตร์หลากหลายกับ จอทีวีส่วนตัวทุกที่นั่ง และสายการบินฯ มีบริการ อาหารค่ำและอาหารเช้า ระหว่างเที่ยวบินสู่นครอิสตันบูล ประเทศตุรกี
วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2024 อิสตันบูล – เซาเปาโล
05.45 น. เดินทางถึงกรุงอิสตันบูล ประเทศตุรกี แวะเปลี่ยนเครื่อง โดยเที่ยวบิน TK15 อิสระให้ท่านได้ช้อปปิ้งสินค้าปลอดภาษีภายในสนามบินอิสตันบูล (กระเป๋าเดินทางสายการบิน Check through)
10.25 น. ออกเดินทางจากสนามบินอิสตันบูล (IST) สู่ สนามบินเซาเปาโล (GRU) ประเทศบราซิล โดยสายการบินเตอร์กิช แอร์ไลน์ส เที่ยวบิน TK15 (ใช้เวลาบินประมาณ 13.25 ชม.)
********* บินข้ามเส้นแบ่งเขตเวลาสากล *******
สายการบินมีบริการอาหารกลางวัน และ อาหารค่ำบนเครื่องบิน
17.50 น. เดินทางถึง สนามบินนานาชาติ เซาเปาโล (GRU) ประเทศบราซิล นำท่านผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากร
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ในโรงแรมที่พัก
นำท่านเข้าสู่โรงแรมที่พักระดับ 4 ดาว Estanplaza Paulista Hotel **** หรือเทียบเท่า
วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2024 เซาเปาโล - ริโอเดอจาเนโร (พักค้าง 2 คืน) – ชมขบวนแห่คาร์นิวัล (รอบแชมเปี้ยน)
เช้า รับประทานอาหารเช้าในโรงแรม
นำท่านเที่ยว ชมเมืองเซาเปาโล เมืองหลวงของรัฐเซาเปาโล ประเทศบราซิล เมืองนี้เป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดในประเทศและใหญ่เป็นอันดับที่ 4 ของโลกตามจำนวนประชากร ตั้งอยู่ทางภาคตะวันออกเฉียงใต้ของบราซิล นอกจากนี้ยังเป็นเมืองที่มีความมั่งคั่งที่สุดในประเทศ ชื่อเซาเปาโลเป็นภาษาโปรตุเกส มีความหมายว่า "นักบุญพอล" ทั้งนี้เมืองเซาเปาโลได้ชื่อว่า “นิวยอร์กแห่งละตินอเมริกา” เนื่องจากเป็นเมืองธุรกิจ ศูนย์กลางการค้าและการลงทุน นำท่านผ่านชมและแวะถ่ายรูปกับสถานที่สำคัญต่างๆ เช่น ทำเนียบผู้ว่าการรัฐ มหาวิทยาลัยของรัฐที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่ง ย่านธุรกิจการค้า โรงพยาบาลอัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ ซึ่งได้รับการยอมรับว่า เป็นโรงพยาบาลที่ดีและทันสมัยที่สุดในอเมริกาใต้
นำท่านสู่จตุรัสเซ (Se Square) ซึ่งเป็นจตุรัสใจกลางเมืองเซาเปาโล และ เป็นที่ตั้งของโบสถ์ประจำเมืองเป็นโบสถ์สไตล์โกธิคสวยงามมาก นอกจากนี้ยังเป็นจตุรัสที่ตั้งของโรงละคร ศูนย์กลางสถานีรถไฟใต้ดินของเมืองเซาเปาโล นำท่านสู่ เซา ฟรานซิสโก้ สแควร์ (Sao Francisco Square) ซึ่งเป็นเมืองตั้งอยู่ในเขต เซา คลิสโตโว (Sao Cristovao) ได้รับการยกย่องจากองค์การยูเนสโก้ ให้เป็นเมืองมรดกโลกในปี ค.ศ.2010 เมืองแห่งนี้มีลักษณะโดดเด่นของสถาปัตยกรรมแบบบาโร๊ค และบ้านเรือนที่สร้างมาตั้งแต่สมัยศตวรรษที่ 18-19 สะท้อนให้เห็นถึงการดำเนินชีวิตและศิลปะวัฒนธรรมของชาวบราซิลในอดีต นำท่านชมโบสถ์เซาฟรานซิสโก (Sao Francisco Church) และแวะถ่ายรูปกับ Santa Casa da Misericordia ซึ่งเป็นที่พำนักของขุนนางในสมัยก่อน
12.00 น. นำท่านเดินทางสู่สนามบิน เซาเปาโล เพื่อเดินทางสู่ กรุง ริโอเดอจาเนโร
14.40 น. ออกเดินทางสู่ สนามบิน ริโอเดอจาเนโร โดยเที่ยวบิน JJ 3346 (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง)
15.40 น. เดินทางถึงสนามบิน ริโอเดอจาเนโร นำท่านเดินทางเข้าสู่ที่พัก
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำในโรงแรม
หลังอาหารมื้อค่ำ นำท่านสู่แซมโบโดรม (Sambodrome) ซึ่งเป็นสถานที่จัดการแข่งขันขบวนคาร์นิวัล อันยิ่งใหญ่งดงามตระการตา ให้ท่านได้สัมผัสบรรยากาศเทศกาลคาร์นิวัลแบบใกล้ชิด และจะเป็นอีกหนึ่งประสบการณ์ที่ท่านจะไม่มีวันลืมเลือน (ที่นั่งแถวหน้าสุด Frisas Zone)
นำท่านเข้าสู่โรงแรมที่พักระดับ 4 ดาว Windsor Plaza Copacabana Hotel **** หรือเทียบเท่า (พักค้างคืนที่ 1)
วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2024 รูปปั้นของพระเยซู Christ of Redeemer - เคเบิ้ลคาร์ขึ้นยอดเชาชูการ์โลฟ
เที่ยวชมเมืองริโอ เดอจาเนโร
เช้า รับประทานอาหารเช้าในโรงแรม
นำท่านนั่งรถไฟขึ้นสู่ยอดเขาคอร์โควาโด (Corcovado Mountain) อันเป็นที่ตั้งของรูปปั้นของพระเยซู ชื่อ Christ of Redeemer ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก และ ได้รับการโหวตให้เป็น 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคใหม่ รูปปั้นพระเยซูที่มีความสูงประมาณ 700 เมตรนี้ ตั้งตระหง่านอยู่บนยอดเขาคอร์โควาโด เป็นจุดชมวิวที่มองเห็นเมืองและชายหาดที่สวยที่สุด นักท่องเที่ยวสามารถขึ้นรถรางไปบนยอดเขาเพื่อมองรูปปั้นอันเป็นที่เคารพสักการะของชาวบราซิลและคริสต์ศาสนิกชนทั่วโลกได้อย่างใกล้ชิด ชาวบราซิลมักจะกล่าวอ้างว่า พระเจ้าเป็นชาวบราซิล ซึ่งอาจเป็นเพราะรูปปั้นพระเยซู ที่ยืนเพ่งมองมายังเมืองราวกับว่า ริโอ อยู่ในความคุ้มครองของพระองค์ (การขึ้นสู่ยอดเขาขึ้นกับสภาพอากาศ) อิสระให้ท่านได้เก็บภาพและถ่ายรูปตามอัธยาศัย
กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารจีน
บ่าย นำท่านขึ้นเคเบิ้ลคาร์สู่ยอดเขาชูการ์โลฟ (Sugar Loaf Mountain) ยอดเขาที่ตั้งอยู่ไม่ไกลจากหาดโคปาคาบานาในเมืองริโอ เดอ จาเนโร มีความสูง 1,400 เมตร ซึ่งสูงตระหง่านอยู่ที่ปลายแหลมสุดของปากอ่าว กวานาบารา และตั้งโดดเด่นคู่กับภูเขาคอร์โควาโด ท่านสามารถชมทิวทัศน์และภาพอันงดงามของเมืองริโอ เดอจาเนโร จากมุมสูงของยอดเขาชูการ์โลฟ อิสระให้ท่านได้ถ่ายรูปตามอัธยาศัย จากนั้น นำท่านเที่ยวชมเมือง ริโอ เดอจาเนโร ซึ่งเป็นประตูสู่บราซิล ได้ชื่อว่า เป็นเมืองที่งดงามที่สุดแห่งหนึ่งของโลก นำท่านผ่านชม สนามกีฬามารากาน่า (Maracana stadium) ที่ได้รับการยกย่องว่าเป็นเหมือนวิหารของฟุตบอลบราซิล เป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมอันดับ 3 ของเมือง และเป็นสถานที่ที่ชาวเมืองภาคภูมิใจมาก มีเหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์ของฟุตบอลบราซิลเกิดขึ้นที่นี่มากมาย เช่น การยิงประตูที่ 1,000 ของเปเล่ ตำนานลูกหนังแซมบ้า และยังเป็นสนามที่เขาลงเล่นให้ทีมชาติเป็นนัดแรกด้วย สนามนี้ถูกใช้เป็นที่จัดพิธีเปิดการแข่งขันฟุตบอลโลกปี 2014 ที่บราซิลเป็นเจ้าภาพ รวมถึงจะใช้จัดพิธีเปิดและปิดกีฬาโอลิมปิก 2016 นำท่านผ่านชมฟลาเมนโกพาร์ค (Flamengo Park) สะพาน Neteroi ก่อนลัดเลาะไปตามชายฝั่งทะเล ผ่านชายหาดที่มีชื่อเสียงก้องโลก จนถึงหาดโคปาคาบานา (Copacabana Beach) ที่มีความยาวกว่า 4 กิโลเมตร
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารท้องถิ่น (เมนูกุ้งมังกร)
นำท่านเข้าสู่โรงแรมที่พักระดับ 4 ดาว Windsor Plaza Copacabana Hotel **** หรือเทียบเท่า (พักค้างคืนที่ 2)
วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2024 น้ำตกอิกวาสุ (1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลก) ฝั่งบราซิล
เช้า รับประทานอาหารเช้าในโรงแรม
08.30 น. นำท่านเดินทางสู่สนามบิน ริโอเดอจาเนโร
11.10 น. ออกเดินทางสู่สนามบิน อิกวาสุ โดยเที่ยวบิน JJ 3684 (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2.10 ชั่วโมง)
13.20 น. เดินทางถึงสนามบิน อิกวาสุ
บ่าย นำท่านชมความงดงามและความยิ่งใหญ่ของน้ำตกอิกวาสุ (Iguaza Fall) ซึ่งเป็นคำมาจากภาษากวารานี (Guarani) ชาวอินเดียนแดงเผ่าดั้งเดิม แปลว่า “สายน้ำอันยิ่งใหญ่” ค้นพบโดยนักสำรวจชาวสเปนชื่อ AI VARO NUNES CABEZA DE VECA เมื่อปี ค.ศ. 1542 น้ำตกอิกวาสุตั้งอยู่บริเวณรอยต่อพรมแดนระหว่างประเทศบราซิลกับประเทศอาร์เจนตินา เป็นน้ำตกที่ใหญ่ที่สุดในทวีปอเมริกาใต้และขึ้นชื่อว่าใหญ่ที่สุดในโลกโดยใหญ่กว่าน้ำตกไนแองการ่าประมาณ 30 เท่า อย่างไรก็ตามขนาดของน้ำตกใกล้เคียงกับน้ำตกวิกตอเรียในทวีปแอฟริกา น้ำตกอิกวาสุเกิดจากแม่น้ำอิกวาสุซึ่งไหลมาจากที่ราบสูงปารานา ตกจากขอบที่ราบสูงขนาดใหญ่ลงสู่พื้นที่ราบต่ำกว่า จึงกลายเป็นน้ำตกขนาดใหญ่เป็นแนวยาวกว่า 4 กิโลเมตร สูงกว่า 269 ฟุต ประกอบด้วยน้ำตกใหญ่น้อยอีกกว่า 275 แห่ง ในช่วงฤดูฝนระหว่างเดือนพฤศจิกายนจนถึงเดือนมีนาคมปริมาณน้ำมีมากถึงกว่า 13.6 ล้านลิตรต่อวินาที แต่ในช่วงฤดูร้อน คือระหว่างเมษายนถึงเดือนตุลาคม ปริมาณน้ำจะลดลงเหลือ 2.3 ล้านลิตรต่อวินาที บริเวณรอบๆ น้ำตกจะเกิดละอองน้ำอยู่ตลอดเวลาและมีเสียงดังไปไกลกว่า 24 กิโลเมตร บนฝั่งประเทศบราซิลจะมองเห็นน้ำตกได้ทั่วถึงและงดงาม แต่ทางฝั่งอาร์เจนตินาสามารถเข้าชมน้ำตกได้ใกล้กว่า นำท่านสัมผัสบรรยากาศ น้ำตกอิกวาสุ (ฝั่งบราซิล) ซึ่งเป็นฝั่งที่ท่านสามารถมองเห็นน้ำตกได้ทั่วถึงและงดงามที่สุด ท่านจะได้สัมผัสกับความงามแสนมหัศจรรย์ของธรรมชาติ น้ำตกทรงเกือกม้าที่เกิดจากแม่น้ำริโออิกวาสุทั้งสายไหลมาจากหน้าผาเบื้องบนตกลงสู่หุบเหวย่อยๆ กว่า 30 แห่ง พลังน้ำตกที่ตกลงมากระทบก้อนหินเบื้องล่างก่อให้เกิดละอองน้ำกระเซ็นกระจายไปทั่วปรากฏเป็นรุ้งกินน้ำสีสวยสดใส ซึ่งท่านสามารถเดินเข้าไปสัมผัสกับพลังของธรรมชาติได้อย่างใกล้ชิด
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ในโรงแรมที่พัก
นำท่านเข้าสู่โรงแรมที่พักระดับ 4 ดาว Wyndham Golden Foz Iguazu **** หรือเทียบเท่า (คืนที่ 1)
วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2024 เขื่อนอิไตปู – น้ำตกอิกวาสุ (1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลก) ฝั่งอาร์เจนติน่า - ล่องเรือ
เช้า รับประทานอาหารเช้าในโรงแรม
นำท่านชมเขื่อนอิไตปู (Itaipu Dam) เขื่อนคอนกรีตขนาดใหญ่ ซึ่งในอดีตนั้นจัดว่ามีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก ก่อนที่เขื่อนในประเทศจีนจะมีการก่อสร้างเสร็จ เขื่อนอิไตปูสร้างในปีค.ศ.1984 แล้วเสร็จในปีค.ศ.1988 รวมระยะเวลาการก่อสร้าง 4 ปี คำว่า “อิไตปู” มาจากภาษากวารานิของชาวอินเดียนแดงชนเผ่าดั้งเดิม แปลว่า “เสียงเพลงจากก้อนหิน” เขื่อนอิไตปู กั้นแม่น้ำปารานาบริเวณเขตแดนระหว่างประเทศบราซิลกับประเทศปารากวัย ซึ่งนอกจากเป็นผนังกั้นน้ำและผลิตกระแสไฟฟ้าแล้ว ยังเป็นสะพานเชื่อมต่อระหว่างสองประเทศอีกด้วย ตัวเขื่อนมีขนาดความสูง 180 เมตร ความยาวกว่า 8 กิโลเมตร ใช้คอนกรีตในการก่อสร้างกว่า 28 ล้านตัน และใช้เหล็กมากขนาดที่ว่าใช้สร้างหอไอเฟลได้ถึง 380 หอเลยทีเดียว ซึ่งก็เป็นอีกหนึ่งสถานที่ที่ได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวไม่น้อย เนื่องจากความอลังการของเขื่อนแห่งนี้
กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารท้องถิ่น
บ่าย นำท่านชมน้ำตกอิกวาสุ ในอุทยานแห่งชาติน้ำตกอิกวาสุ (ฝั่งอาร์เจนตินา) เพื่อให้ท่านได้สัมผัสกับความยิ่งใหญ่และความงดงามของน้ำตกอิกวาสุ (1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลก ทางธรรมชาติ) อย่างใกล้ชิด อิสระให้ท่านได้เก็บภาพความยิ่งใหญ่อลังการตามอัธยาศัย จากนั้นนำท่านล่องเรือเกรท แอดเวนเจอร์ (Great Adventure Boat) ชมความสวยงามของแม่น้ำอิกวาซู และชมความงดงามของน้ำตกแห่งนี้แบบใกล้ชิด (กรุณาเตรียมเสื้อผ้า 1 ชุด สำหรับเปลี่ยนหลังล่องเรือแล้ว) (ทางบริษัทจัดเตรียมเสื้อกันฝนให้ลูกค้าทุกท่าน)
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำในโรงแรมที่พัก
นำท่านเข้าสู่โรงแรมที่พักระดับ 4 ดาว Wyndham Golden Foz Iguazu **** หรือเทียบเท่า (คืนที่ 2)
วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2024 อิกวาสุ - คูซโก - หุบเขาศักดิ์สิทธิ์ (Sacred Valley)
เช้า รับประทานอาหารเช้า แบบกล่อง
08.00 น. นำท่านเดินทางสู่สนามบินอิกวาสุ เพื่อเดินทางสู่สนามบิน คูซโก (Cusco)
11.35 น. ออกเดินทางสู่ คูซโก (Cusco) ประเทศเปรู โดยเที่ยวบิน LA 2019 (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 4.05 ชม.)
13.00 น. เดินทางถึงสนามบิน คูซโก (Cusco) ประเทศเปรู
นำท่านเดินทางสู่ หุบเขาศักดิ์สิทธิ์ (Sacred Valley) ตามรอยการอารยธรรมพื้นที่ดั้งเดิมของชาวอินคาในสมัยก่อน เป็นพื้นที่โอบล้อมด้วยเทือกเขาที่สูงใหญ่ มีเทือกเขาแอนดีสเป็นเทือกเขาสำคัญ หุบเขานี้เต็มไปด้วยวัฒนธรรมของชาวแอนคา วิถีชีวิต และความเป็นอยู่ที่เรียบง่ายของคนท้องถิ่น
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำในโรงแรมที่พัก
นำท่านเข้าสู่โรงแรมที่พักระดับ 4 ดาว Casa Adina Private Collection Boutique Hotel **** หรือเทียบเท่า
วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2024 นั่งรถไฟไต่เขาขึ้นสู่ มาชู ปิคชู (1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ใหม่ล่าสุดของโลก) – คูซโก้
เช้า รับประทานอาหารเช้าในโรงแรม
นำท่านเดินทางสู่เมืองโอลันตาทัมโบ (ระยะทาง 60 กม. ใช้เวลาเดินทาง 1.25 ชม.) เพื่อขึ้นรถไฟสู่นครโบราณของอาณาจักรอินคา มาชู ปิคชู (Machu Picchu) 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ใหม่ล่าสุดของโลก โดยรถไฟไต่ขึ้นเทือกเขาแอนดิสอันยิ่งใหญ่ ระหว่างทางท่านจะได้ชมความงามและความลึกลับของบรรยากาศโดยรอบที่เข้ากับสถานที่ ข้างทางเป็นแม่น้ำอูรูบัมบา (Urubamba) ไหลแรงคดเคี้ยวขนานไปกับทางรถไฟสู่ปลายทางที่สถานีที่ เมืองอควาส์ กาเลียนเต้ส์ (Aquas Calientes) จากนั้นเดินทางโดยรถบัสสู่ มาชู ปิคชู (Machu Picchu) นครที่หายสาบสูญไปของอาณาจักรอินคา บนยอดเขาสูงที่ถูกหมอกปกคลุมอยู่เสมอ จนถึงปี 1911 นครแห่งนี้จึงปรากฏสู่สายตาชาวโลกในลักษณะสภาพบ้านเมือง บ้านเรือน พระราชวัง วิหาร ซึ่งยังคงสภาพเดิมที่ดีราวกับได้รับการอนุรักษ์ดูแลไว้อย่างน่าอัศจรรย์ นครโบราณแห่งนี้ถูกค้นพบโดยฮิรัม บิงแฮม ซึ่งตั้งใจจะหาเมืองโบราณสองเมืองที่ปรากฎชื่ออยู่ในเอกสารโบราณ แต่กลับมาพบเมืองที่ไม่ปรากฎอยู่ในเอกสารใดทั้งสิ้น จึงได้ตั้งชื่อเมืองตามชื่อภูเขาอันเป็นที่ตั้งคือ Machu Picchu ซึ่งมีความหมายว่า Old Mountain และ ยังมียอดเขา Huayna Picchu หรือ New Mountain ขนาบข้าง ตัวโบราณสถานมาชู ปิคชู ซ่อนอยู่บนยอดเขาสูงเฉียดฟ้า และ ณ ที่แห่งนี้คือเมืองที่ไม่กี่ร้อยปีมานี้ยังมีผู้คนอาศัย ก่อนจะถูกทิ้งร้างไปเมื่อสเปนเข้ามาปกครองในสมัยศตวรรษที่ 15 อิสระให้ท่านเก็บภาพความประทับใจตามอัธยศัย
กลางวัน       รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารท้องถิ่น
***** อิสระให้ท่านชม เก็บภาพ ความสวยงามของเมืองโบราณแห่งอาณาจักรอินคา ซึ่งได้รับการยกย่องให้เป็น 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลก ที่ครั้งหนึ่งในชีวิต ไม่ควรพลาดที่จะได้มาเยือน*****
บ่าย               ออกเดินทางโดยรถไฟกลับสู่เมืองโอลันตาทัมโบ ท่านจะได้สัมผัสกับทิวทัศน์อีกฟาก ของรถไฟ ตลอดเส้นทาง
การไต่ลงจากเทือกเขาแอนดิส พร้อมความภูมิใจและความประทับใจที่ครั้งหนึ่งท่านได้มาเยือน เมืองโบราณอันยิ่งใหญ่ของอาณาจักรอินคา เมืองโบราณที่หายสาบสูญมานาน และได้ชื่อว่าเป็น 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลกอีกด้วย จากนั้นนำท่านเดินทางสู่เมืองคูซโก้
ค่ำ                 รับประทานอาหารค่ำ ในโรงแรม
นำท่านเข้าสู่โรงแรมที่พักระดับ 4 ดาว Sonesta Cusco Hotel **** หรือเทียบเท่า
วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2024 คูซโก้ – กำแพงหิน 12 Side Stone – จตุรัสอาร์ม – ลิมา
เช้า รับประทานอาหารเช้าในโรงแรม
นำท่านชมย่านเมืองเก่าของเมืองคูซโก้ เมืองที่ได้รับการยกย่องจากองค์การยูเนสโก้ให้เป็นเมืองมรดกโลกในปี 1983 นำท่านชมกำแพงหิน หรือที่รู้จักในนาม 12 Side Stone ที่สร้างขึ้นโอบล้อมเมืองเก่าคูซโก้ กำแพงนี้สร้างจากภูมิปัญญาของชาวอินคาโบราณ โดยการนำหินก้อนใหญ่มาเรียงกันสร้างเป็นกำแพงเมืองขนาดใหญ่ นับได้ ว่าเป็นอีกสิ่งมหัศจรรย์ของเมืองเก่าคูซโก้ นำท่านเดินชมความสวยงามของเมืองคูซโก้ นำท่านสู่จตุรัสอาร์ม (Arms Square) หรือที่รู้จักในนาม จตุรัสนักรบ (Square of the warrior) และเป็นที่ตั้งของ โบสถ์ลาคัมปาเนีย (Church of la Compania de Jesus) นำท่านเข้าชมโบสถ์แห่งนี้สร้างขึ้นในปี 1576 และได้รับการยกย่องว่าเป็นโบสถ์ที่สร้างแบบสถาปัตกรรมโคโลเนียล บาโร๊คที่สวยงามคู่เมืองคูซโก้มานาน อิสระให้ท่านได้เดินเล่นและเก็บภาพความประทับใจของเมืองคูซโก้ อดีตเมืองราชธานีที่รุ่งเรืองที่สุดของอเมริกาใต้
11.00 น. นำท่านเดินทางสู่สนามบินคูซโก้
*** อิสระให้ท่านรับประทานอาหารกลางวัน ภายในสนามบิน****
13.45 น. ออกเดินทางจากสนามบินคูซโก้ สู่ สนามบินลิมา โดยเที่ยวบิน LA 2020 (ใช้เวลาบินประมาณ 1.25 ช.ม.)
15.10 น. เดินทางถึงสนามบินลิมา ประเทศเปรู นำท่านชม กรุงลิมา (Lima) เมืองหลวงที่ยังคงรักษาความเป็นละตินอเมริกาไว้อย่างสมบูรณ์ที่สุดเมืองหนึ่ง เมืองลิมาตั้งขึ้นเมื่อ ค.ศ.1535 โดยชาวสเปนชื่อฟรานซิสโก ปิซาโร และ ในปี 1991 องค์การยูเนสโก้ได้ประกาศให้ลิมาเป็นเมืองมรดกทางวัฒนธรรม นำท่านชม จตุรัส อาร์ม (Plaza De Armas)  นำท่านแวะถ่ายรูปกับทำเนียบรัฐบาล (Lima Parliament) ซึ่งเด่นสง่าด้วยสถาปัตยกรรมแบบโคโลเนียล  นำท่านถ่ายรูปกับ  The Basilica Cathedral of Lima โบสถ์คาทอลิคที่สร้างตั้งแต่ ค.ศ.1535 นำท่านผ่านชมย่านที่พักอาศัยชานเมืองแถวมิราโฟลเรสและซานอิสโตรซึ่งมีชื่อเสียงด้านความงามของบ้านและสวน จากนั้นนำท่านเข้าชมโบสถ์ซานฟรานซิสโก (San Franc Cisco Convent) ซึ่งเป็นโบสถ์เรียกในภาษาสเปน โบสถ์แห่งนี้ได้สร้างอุทิศให้แก่ เซนต์ฟรานซิส โบสถ์แห่งนี้ตั้งอยู่ใจกลางเมืองลิมา ซึ่งเมืองเก่าแห่งนี้ได้รับการยกย่องและขึ้นทะเบียนจากองค์การยูเนสโก้ให้เป็นเมืองมรดกโลกในปี 1991
ค่ำ                 รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารญี่ปุ่น
นำท่านเข้าสู่โรงแรมที่พักระดับ 4 ดาว Holiday Inn Lima Flores Hotel **** หรือเทียบเท่า
วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2024 ลิม่า – ซานเตียโก (พักค้าง 3 คืน)
เช้า รับประทานอาหารเช้าในโรงแรม
06.30 น. นำท่านเดินทางสู่ สนามบิน มินิสโตร ปิสตารินี (EZE)
09.35 น. ออกเดินทางสู่ สนามบิน อาร์ตูโร เมริโน เบนิเตซ (SCL) โดยเที่ยวบิน LA452 (ใช้เวลาบินประมาณ 3.25 ชม.)
15.00 น. เดินทางถึง สนามบิน อาร์ตูโร เมริโน เบนิเตซ (SCL) ซานเตียโก ประเทศชิลี
นำท่านผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากร
นำท่านเที่ยวชมความยิ่งใหญ่ของเมืองซานเตียโก (Santiago) เมืองหลวงและเมืองที่ใหญ่ที่สุดของประเทศชิลี ตั้งอยู่ที่ระดับความสูง 520 เมตร (1,700 ฟุต) ในหุบเขาตอนกลางของประเทศ และเป็นส่วนหนึ่งของแคว้นซานเตียโกเมโทรโพลิแทน กว่าสามศตวรรษที่การเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่องได้เปลี่ยนให้ซานเตียโกเป็นเขตนครหลวงที่ทันสมัยที่สุดแห่งหนึ่งในละตินอเมริกา พร้อมๆ กับการพัฒนาเขตชานเมืองอย่างกว้างขวาง ศูนย์การค้าหลายสิบแห่ง และสถาปัตยกรรมที่น่าประทับใจ รวมทั้งมีระบบโครงสร้างพื้นฐานที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งของละตินอเมริกา เช่น ซานเตียโกเมโทร (Santiago Metro) และระบบใหม่ "โกสตาเนรานอร์เต” (Costanera Norte)" เป็นระบบขนส่งของย่านกลางกรุง เชื่อมระหว่างด้านตะวันออกสุดไปด้านตะวันตกสุดของเขตเมืองภายในเวลา 15 นาที
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารจีน
นำท่านเข้าสู่โรงแรมที่พักระดับ 4 ดาว Providencia Hotel **** หรือเทียบเท่า (คืนที่ 1)
วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2024 บัลปาราอีโซ – ชิมไวน์ ชิลี
เช้า รับประทานอาหารเช้าในโรงแรม
นำท่านเดินทางสู่เมืองบัลปาราอีโซ (Valparaiso) เป็นหนึ่งในเมืองท่าที่สำคัญที่สุดและศูนย์กลางวัฒนธรรมที่เริ่มมีชีวิตชีวาขึ้นเรื่อยๆ ของประเทศชิลี ตั้งอยู่ทางตอนกลางของประเทศ เป็นเมืองหลักของแคว้นบัลปาราอีโซ ในขณะที่ซานเตียโกเป็นเมืองหลวงของประเทศ ในปี ค.ศ. 2003 รัฐสภาชิลีได้มีมติประกาศให้บัลปาราอีโซเป็น "เมืองหลวงทางวัฒนธรรมของชิลี" และเป็นที่ตั้งของสำนักงานกระทรวงวัฒนธรรมแห่งใหม่ของประเทศ บัลปาราอีโซมีบทบาทสำคัญทางภูมิศาสตร์การเมืองในครึ่งหลังของคริสต์ศตวรรษที่ 19 โดยเป็นที่พักกลางทางของเรือที่เดินทางระหว่างมหาสมุทรแปซิฟิกกับมหาสมุทรแอตแลนติกผ่านทางช่องแคบแมกเกนแลน ชาวยุโรปได้อพยพเข้ามาอย่างมาก บัลปาราอีโซในขณะนั้นได้รับการขนานนามจากกะลาสีจากชาติต่างๆ ว่าเป็น "ซานฟรานซิสโกน้อย" หรือ "อัญมณีแห่งแปซิฟิก" ซึ่งช่วงนี้เองที่ถือเป็นยุคทองของเมือง จนกระทั่งการเปิดใช้คลองปานามาและความซบเซาของการเดินเรือได้ทำให้ความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจของเมืองชะงักลง นำท่านเที่ยวชมเมืองบัลปาราอีโซ ซึ่งเป็นเมืองที่ได้รับการยกย่องจากองค์การยูเนสโก้ ให้เป็นเมืองมรดกโลกในปี 2007 เนื่องจากเป็นเมืองที่สะท้อนให้เห็นถึงยุคทองทางการค้าในสมัยศตวรรษที่ 19 นำท่านเที่ยวชมความแปลกตาของบ้านเมืองที่ทาสีสัน สดใสตลอดแนวชายฝั่งทะเล และหมู่อาคารที่สะท้อนสถาปัตยกรรมแบบโคโลเนียล สมัยศตวรรษที่ 19 ได้เวลานำท่านเดินทางกลับสู่เมืองซานเตียโก
กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารท้องถิ่น
บ่าย นำท่านเดินทางสู่ หุบเขาคาซาบลังกา (Casablanca Valley) ซึ่งเป็นแหล่งผลิตไวน์ชั้นเยี่ยมของชิลี ณ ที่แห่งนี้ ท่านจะได้ลิ้มชิมรสไวน์ หลากหลายรูปแบบที่ผลิตและส่งออกนอกประเทศ เป็นอีกอุตสาหกรรมที่ทำรายได้มหาศาลให้กับประเทศชิลี ตลอดเส้นทางเรียบชายฝั่งทะเลมุ่งสู่ไร่องุ่นและโรงบ่มไวน์อันเลื่องชื่อ ท่านจะได้สัมผัสกับทัศนียภาพ ท้องทะเลสลับกับชายฝั่งเทือกเขาสูง นับเป็นอีกทัศนียภาพที่สร้างความประทับใจให้นักท่องเที่ยวที่ได้มาเยือน
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารญี่ปุ่น
นำท่านเข้าสู่โรงแรมที่พักระดับ 4 ดาว Providencia Hotel **** หรือเทียบเท่า (คืนที่ 2)
วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2024 ซานเตียโก
เช้า รับประทานอาหารเช้าในโรงแรม
นำท่านเดินทางสู่แคนย่อนมายโป (Canjon del Maipo) (ระยะทาง 56 ก.ม. ใช้เวลาเดินทาง 1 ช.ม.) เป็นหุบเขาที่ตั้งอยู่ในแนวเทือกเขาแอนดีส ทางตะวันออกเฉียงใต้ของเมืองซานเตียโก และมีแม่น้ำหลายสายซึ่งไหลมาบรรจบกัน นอกจากนี้บนเขายังเป็นที่ตั้งของธารน้ำแข็งซานฟรานซิลโกอีกด้วย ที่นี่เรียกได้ว่าเป็นปอดของชาวเมืองซานเตียโก เนื่องจากมีธรรมชาติพิสุทธิ์ และอากาศดีมาก
กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารท้องถิ่น (พิเศษ เมนู ปูอล้าสก้า)
บ่าย นำท่านชมย่าน เบอร์นาโด โอ ฮิกกิ้น อเวนิว (Bernardo O Higgins Avenue) หรือที่ชาวชิลีรู้จักในนาม La Alameda หมายถึงถนนที่เต็มไปด้วยต้นปอปล่า นับเป็นถนนสายหลักของเมืองซานเตียโก และเป็นย่านเมืองเก่าที่ยังคงความคลาสสิค นำท่านแวะถ่ายรูปกับศาลาว่าการเมือง (Santiago city hall) จากนั้นนำท่านสู่ย่านจตุรัสพลาซ่า เดอะ อาร์ม (Plaza De Arm) อันเป็นจตุรัสที่ตั้งของสถาปัตยกรรมโบราณต่างๆมากมาย นำท่านเข้าชมมหาวิหารแห่งซานเตียโก (Cathedral of Santiago) เป็นมหาวิหารที่สร้างด้วยศิลปะนีโอคลาสสิคสร้างตั้งแต่ปี 1748 แล้วเสร็จในปี 1800 นำท่านเข้าชมความงดงามภายในมหาวิหารแห่งนี้ นำท่านเข้าชมบริเวณด้านหน้าของพระราชวังโมนิดา (La Moneda Palace) ซึ่งปัจจุบันคือ ทำเนียบประธานาธิบดีของประเทศชิลี และใช้เป็นสถานที่ราชการของกระทรวงต่างๆของประเทศชิลี นักท่องเที่ยวสามารถเข้าชมและถ่ายรูปบริเวณลานด้านหน้า พระราชวังแห่งนี้ออกแบบโดย โจแอนควิน โทเอากา สถาปนิกชาวอิตาเลียน สร้างขึ้นในปี 1784-1805 ในแบบสถาปัตยกรรมนีโอคลาสสิค และมีเสาโรมันขนาดใหญ่ตั้งตระหง่านเป็นซุ้มประตู ความสวยงามและเก่าแก่ของพระราชวังแห่งนี้ได้รับการขึ้นทะเบียนจากองค์การยูเนสโก้ อีกด้วย
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ท้องถิ่น (Seafood Menu)
นำท่านเข้าสู่โรงแรมที่พักระดับ 4 ดาว Providencia Hotel **** หรือเทียบเท่า (คืนที่ 3)
วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2024 ซานเตียโก – บัวโนสไอเรส
เช้า รับประทานอาหารเช้าในโรงแรม
09.00 น. นำท่านเดินทางสู่สนามบินซานเตียโก (SCL)
12.19 น. ออกเดินทางสู่ สนามบิน มินิสโตร ปิสตารินี (EZE)โดยเที่ยวบิน LA451 (ใช้เวลาบินประมาณ 2.03 ชม.)
14.21 น. เดินทางถึงสนามบิน มินิสโตร ปิสตารินี (EZE) ประเทศอาร์เจนติน่า
บ่าย นำท่านเที่ยวชม สุสานเอวิตา เปรอง (Evita Peron Tomb) สุภาพสตรีหมายเลขหนึ่ง สตรีคนสำคัญในประวัติศาสตร์สังคมการเมืองของอาร์เจนตินา ผู้ได้รับฉายาว่า ราชินีของผู้ยากไร้ ที่ผลักดัน นโยบาย ประชานิยม สนุบสนุนโครงการรัฐ ทั้งการศีกษา สถานรับเลี้ยงเด็กกำพร้า และโครงการเพื่อสังคมต่างๆ แก้ปัญหาความยากจนแบบฉับพลัน และเน้นส่งเสริมสิทธิสตรี
ค่ำ                 รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารท้องถิ่น BBQ
นำท่านเข้าสู่โรงแรมที่พักระดับ 4 ดาว Libertador Hotel **** หรือเทียบเท่า
กรุณาจัดกระเป๋าเล็กสำหรับพักค้าง 2 คืน ที่ คาลาฟาเต้ กระเป๋าใบใหญ่ฝากไว้ที่โรงแรม
วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2024 บัวโนสไอเรส - เอล คาลาฟาเต้
เช้า รับประทานอาหารเช้าในโรงแรม
08.00 น. นำท่านเดินทางสู่ สนามบิน ฮอร์เช ริวเบรี่ (AEP) เพื่อเดินทางสู่เมืองบัวโนสไอเรส ประเทศอาร์เจนติน่า
10.25 น. ออกเดินทางสู่สนามบิน เอล คาลาฟาเต้ (FTE) โดยเที่ยวบิน AR 1870 (ใช้เวลาบินประมาณ 3.15 ชม.)
13.40 น. เดินทางถึง สนามบิน เอล คาลาฟาเต้ (FTE) เมืองที่ตั้งอยู่ริมฝั่งทางใต้ของทะเลสาบอาร์เจนติโน ทางตะวันตกเฉียงใต้ของเมืองซานตา ครูซ ประเทศ อาร์เจนติน่า 
นำท่านเที่ยวชมเมืองคาลาฟาเต้ (Calafate) เมืองทางตอนใต้ของอาร์เจนตินา ให้ท่านได้เดินเล่นและชมความน่ารักของเมืองเล็กๆแห่งนี้ จากนั้นนำท่านเข้าชมกลาซีเรียม (Glaciarium) ซึ่งเป็นพิพิธภัณฑ์ให้ความรู้เรื่องธารน้ำแข็งกลาเซียร์ และ การเกิดธารน้ำแข็ง
ค่ำ                 รับประทานอาหารค่ำในโรงแรม
นำท่านเข้าสู่โรงแรมที่พักระดับ 4 ดาว Kosten Aike Hotel **** หรือเทียบเท่า (คืนที่ 1)
วันที่ 29 กุมภาพันธ์ 2024 ล่องเรือชมธารน้ำแข็งอัปซาลา
เช้า รับประทานอาหารเช้าในโรงแรม
นำท่านสัมผัสประสบการณ์ล่องเรือชมธารน้ำแข็งภายในทะเลสาบอาร์เจนติโน (Argentino Lake) ซึ่งการล่องเรือชมธารน้ำแข็งนี้จะนำท่านสู่ธารน้ำแข็ง Spegazzini และ Upsala และสามารถมองเห็นธารน้ำแข็งเปริโตมอเรโนได้บางส่วนอีกด้วย เรือจะค่อยๆล่องผ่านช่องแคบ Boca del Diablo ซึ่งเป็นช่องแคบที่แคบที่สุดภายในทะเลสาบอาร์เจนติโนแห่งนี้
กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารท้องถิ่น
บ่าย นำท่าน ชมธารน้ำแข็งอัปซาลา (Upsala Glacier) ซึ่งเป็นธารน้ำแข็งขนาดใหญ่ที่ถือเป็น 1 ใน 10 สถานที่ในโลกที่เหมาะจะดูธารน้ำแข็ง และเป็นธารน้ำแข็งที่ยาวที่สุดเป็นอันดับสองในอเมริกาใต้ อิสระให้ท่านได้เก็บภาพความสวยงามของทะเลสาบอาร์เจนติน่า ซึ่งเป็นทะเลสาบที่ใหญ่ที่สุดในอาร์เจนติน่า และตื่นตาตื่นใจกับธารน้ำาแข็งที่มีความยาวกว่า 50 กิโลเมตร กว้างประมาณ 10 กิโลเมตร ซึ่งถือเป็นธารน้ำแข็งที่ใหญ่ที่สุดในบริเวณนี้
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำในโรงแรมที่พัก
นำท่านเข้าสู่โรงแรมที่พักระดับ 4 ดาว Kosten Aike Hotel **** หรือเทียบเท่า (คืนที่ 2)
วันที่ 1 มีนาคม 2567 ธารน้ำแข็ง เปริโต มอเรโน – ธารน้ำแข็ง เปริโต มอเรน - บัวโนสไอเรส
เช้า รับประทานอาหารเช้าในโรงแรม
นำท่านเดินทางสู่ ธารน้ำแข็ง เปริโต มอเรโน (Perito Moreno Glacier) ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง ตั้งอยู่ในอุทยานแห่งชาติลอสกลาซิอาเรส (Parque Nacional Los Glaciares) เป็นหนึ่งในหลายๆธารน้ำแข็งที่สวยงามของประเทศอาร์เจนติน่า นอกจากนั้น ภูเขาธารน้ำแข็ง เปริโต มอเรโน ยังได้รับการรับรองจาก UNESCO ให้เป็นมรดกโลก ในปี ค.ศ. 1981 อีกด้วย
กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารท้องถิ่น ภายในอุทยานแห่งชาติ
บ่าย นำท่าน ชมธารน้ำแข็ง เปริโต มอเรน เป็นธารน้ำแข็งที่เลื่องชื่อมาก ก่อตัวเป็นแนวกำแพงสูงขนาดความกว้าง 5 กิโลเมตร และสูงเฉลี่ยอยู่ที่ 74 เมตร (240 ฟุต) จากระดับผิวน้ำ เป็นธารน้ำแข็งที่มีการเติบโต และเปลี่ยนแปลงตลอดเวลาหลายพันปีก่อน พื้นที่อุทยานฯ แห่งนี้ ถูกปกคลุมด้วยธารน้ำแข็งทั้งหมด แต่ด้วยอุณหภูมิที่อุ่นขึ้น จึงทำให้ก้อนน้ำแข็งละลาย และเหลืออยู่ให้เห็นในปัจจุบัน มีการแตกลั่นเสียงดังสนั่นหวั่นไหวตลอดทั้งวัน เนื่องจากก้อนน้ำแข็งมหึมาที่ตกลงในทะเลสาบก่อให้เกิดคลื่นลูกใหญ่ซัดชายฝั่งอย่างรุนแรง อีกทั้งธารน้ำแข็งจะขยายตัวในทุกๆรอบสี่ปี เนื่องจากธารน้ำแข็งไปปิดทางออกของน้ำ ระดับน้ำในทะเลสาบจึงมักเพิ่มสูงขึ้นจนถึงระดับที่ทำให้กำแพงน้ำแข็งทลาย กลายเป็นฉากอันน่าตื่นตาตื่นใจ และกินเวลาหลายชั่วโมงจึงจะยุติ นักท่องเที่ยวที่มาเยือนส่วนใหญ่ จึงต่างเดินทางมาเพื่อมาจดจ่อรอชม และฟังเสียงก้อนน้ำแข็งยักษ์หล่นลงสู่ ทะเลสาบ Argentino อันเป็นไฮไลท์ของโปรแกรมที่ไม่ควรพลาดอย่างยิ่ง จนได้เวลาอันสมควร นำท่าน ชมเมืองเอล คาลาฟาเต้ ซึ่งปัจจุบันมีประชากร ประมาณ 3,000 คน ท่ามกลางธรรมชาติที่สวยงามทางตอนใต้ของ Lago Argentino สภาพทั่วไป ถูกโอบล้อมไปด้วยทุ่งหญ้าเขียวขจี และเทือกเขาสูงใหญ่ สองฟากฝั่งของถนนสายหลักในหมู่บ้าน เรียงรายไปด้วยโรงแรม ร้านขายของที่ระลึกที่ท่านสามารถเดินเที่ยวเล่นได้อย่างสบาย ชมย่านใจกลางเมืองเก่าที่มีอาคาร และสถาปัตยกรรมแบบเฉพาะตัวในช่วงยุคบุกเบิก
15.00 น. นำท่านเดินทางสู่ สนามบิน เอล คาลาฟาเต้ (FTE)
17.30 น. ออกเดินทางสู่ สนามบิน ฮอร์เช ริวเบรี่ (AEP) โดยเที่ยวบิน AR 1873 (ใช้เวลาบินประมาณ 2.55 ชม.)
20.25 น. เดินทางถึง สนามบิน ฮอร์เช ริวเบรี่ (AEP)
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ในโรงแรม
นำท่านเข้าสู่โรงแรมที่พักระดับ 4 ดาว Libertador Hotel **** หรือเทียบเท่า
วันที่ 2 มีนาคม 2567 บัวโนสไอเรส
เช้า รับประทานอาหารเช้าในโรงแรม
นำท่านเที่ยวชม เมืองบัวโนสไอเรส นำท่านแวะถ่ายรูปกับทำเนียบประธานาธิบดีหรือที่มีชื่อเรียกว่า “คาซา โรซาดา” (Casa Rosada) แปลว่าบ้านสีชมพูหรือบ้านสีกุหลาบเพราะใช้หินสีชมพูก่อสร้าง ตั้งตระหง่านอยู่หน้า จัตุรัสมาโย (Plaza De Mayo) อิสระให้ท่านเก็บภาพความงามของเมืองและสถาปัตยกรรม อาคารสำนักงานต่างๆที่ได้รับอิทธิพลจากศิลปะยุโรป นำท่านเข้าชมมหาวิหารโรเซอร์เรตต้า (The Metropolitan Cathedral) สร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1677 และได้พังทลายลงในปี 1753 และได้มีการบูรณะโบสถ์แห่งนี้ขึ้นมาใหม่โบสถ์แห่งนี้เป็นที่ฝังศพของ นายพลโฮเซ่ เดอ ซานมาร์ติน นักปฎิวัติผู้ยิ่งใหญ่และผู้นำอิสรภาพสู่อาร์เจนตินา
กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารจีน
บ่าย นำท่านเที่ยวชม ย่าน La Boca ถนนที่ได้ชื่อว่าเป็นสายที่คึกคักที่สุดของเมือง โดดเด่นไปด้วยบ้านเรือนที่ทาสีจัดจ้าน ถนนหนทางเต็มไปด้วยงานศิลปะ เคล้าคลอกับผู้คนที่ออกมาโชว์เต้นรำแทงโก้ มีความสนุกสนานคึกคักทุกตารางนิ้ว เหมาะกับการเดินเล่นสำรวจเมือง ไม่ว่าจะเป็นการจับจ่ายซื้อสินค้า หรือเดินเล่นชมบรรยากาศเมืองไปตามถนนสายแทงโก้ ตัดกับบ้านที่ทาสีสันฉูดฉาดถูกสร้างโดยผู้ใช้แรงงานอยู่ที่ท่าเรือ ด้วยการนำเหล็กที่เหลือจากการต่อเรือมาสร้างบ้านและนำสีที่เหลือใช้มาทากำแพงและหลังคา ศิลปินเปิดหมวก เสียงเพลงแทงโก้เคล้าคลอไป รวมถึงศิลปะมากมายกลากหลาย
20.00 น. นำท่านเชคอิน ณ เคาน์เตอร์เชคอิน เคาน์เตอร์สายการบินเตอร์กิช แอร์ไลน์ส (TK)
23.50 น. ออกเดินทางจาก สนามบินมินิสโตร ปิสตารินี (EZE) สู่ สนามบินอิสตันบูล (IST) โดยเที่ยวบิน TK016
(ใช้เวลาบินประมาณ 16.40 ชม.)
วันที่ 3 มีนาคม 2024 อิสตันบูล – กรุงเทพมหานคร
********* บินข้ามเส้นแบ่งเขตเวลาสากล *******
สายการบินมีบริการอาหารเช้า และ อาหารกลางวัน และ อาหารค่ำ บนเครื่องบิน
22.30 น. เดินทางถึง อิสตันบูล (IST) ประเทศตุรกี
อิสระให้ท่านช้อปปิ้งสินค้าปลอดภาษีภายในสนามบินตามอัธยาศัย
วันที่ 4 มีนาคม 2024 กรุงเทพมหานคร
01.55 น. ออกเดินทางสู่กรุงเทพมหานคร โดยสายการบินเตอร์กิช แอร์ไลน์ส เที่ยวบิน TK 068 (ใช้เวลาบิน 9.25 ชม.)
15.20 น. เดินทางถึงสนามบินสุวรรณภูมิ กรุงเทพฯ โดยสวัสดิภาพ (BON VOYAGE)

อัตราค่าบริการ (บาท)

ราคา 2024

ราคาผู้ใหญ่ พักห้องคู่หรือ เด็ก 1 ท่านพักกับผู้ใหญ่ 1 ท่าน

409,900

พักเดี่ยวเพิ่มท่านละ

50,000

เด็กอายุ 2-12 ปี (ไม่เสริมเตียง – พักกับผู้ใหญ่ 2 ท่าน)

399,900

ไม่เอาตั๋วเครื่องบินหักค่าใช้จ่าย (BKK-IST-SAO// EZE-IST-BKK)

55,000

ชั้นธุรกิจเพิ่มเงินจากราคาทัวร์(เฉพาะเที่ยวบินของสายการบิน TK มี 10 ที่นั่งเท่านั้น)

เริ่มต้นที่ท่านละ (ราคาสามารถยืนยันได้ก็ต่อเมื่อที่นั่ง confirm เท่านั้น)

180,000

**ราคาอาจมีการปรับขึ้น – ลง ตามราคาน้ำมันที่ปรับขึ้นลง แต่จะปรับตามความเป็นจริงที่
สายการบินประกาศปรับ และที่มีเอกสารยืนยันเท่านั้น (คิด ณ วันที่ 27/7/2023) **
ข้อแนะนำและแจ้งเพื่อทราบ
  1. สำหรับห้องพักแบบ 3 เตียง มีบริการเฉพาะบางโรงแรมเท่านั้น กรณีเดินทางเป็นผู้ใหญ่ 3 ท่าน แนะนำให้ท่าน เปิดห้องพัก เป็น 2 ห้องจะสะดวกกับท่านมากกว่า
  2. กรณีเดินทางเป็นตั๋วกรุ๊ป หากออกตั๋วแล้ว ไม่สามารถขอคืนเงินได้ และไม่สามารถเปลี่ยนวันเดินทางได้
  3. กระเป๋าเดินทางเพื่อโหลด ท่านละ 1 ใบ น้ำหนักไม่เกิน 23 ก.ก. กระเป๋าถือขึ้นเครื่อง (Hand carry) น้ำหนักไม่เกิน 7 ก.ก.
โปรแกรมท่องเที่ยวบราซิล – เปรู – ชิลี – อาร์เจนตินา (ตามที่ระบุไว้ในรายการ) อัตรานี้รวมถึง
  1. ตั๋วเครื่องบินไป-กลับชั้นนักท่องเที่ยวโดยสายการบิน TK/LA (กระเป๋าเดินทาง น้ำหนัก ไม่เกิน 23 กก./ใบ)
  2. สายการบิน AR ให้น้ำหนักกระเป๋า 15 ก.ก. (เที่ยวบินไปคาลาฟาเต้) กรุณาเตรียมกระเป๋าใบเล็ก ส่วนใบใหญ่ฝากไว้โรงแรม
  3. ค่าภาษีสนามบิน, ภาษีน้ำมัน, ประกันภัยทางอากาศ
  4. ค่าประกันภัยการเดินทางอุบัติเหตุวงเงิน 1,500,000 บาท และ ค่ารักษาพยาบาลในต่างประเทศวงเงิน 2,000,000 บาท
ค่ารักษาพยาบาลหลังกลับจากต่างประเทศภายใน 21 วัน วงเงิน 40,000 บาท (ประกันภัยไม่ครอบคลุมผู้ที่อายุเกิน 85 ปี)
  1. ค่าภาษีในประเทศทุกประเทศในรายการ
  2. ค่าที่พักตลอดการเดินทาง (พักห้องคู่)
  3. ค่าอาหารทุกมื้อตามระบุ, ค่าพาหนะ หรือรถรับ-ส่ง ระหว่างนำเที่ยว, ค่าเข้าชมสถานที่
  4. น้ำดื่มบริการบนรถ 2 ขวดต่อท่านต่อวัน
  5. ค่าทิปพนักงานยกกระเป๋าในโรงแรม, พนักงานขับรถ, ไกด์ไทย, ไกด์ท้องถิ่น
  6. เจ้าหน้าที่ (ไกด์ไทย) คอยอำนวยความสะดวกตลอดการเดินทาง
อัตรานี้ไม่รวมถึง
  1. ค่าใช้จ่ายส่วนตัว เช่น ค่าซักรีด ค่าโทรศัพท์-แฟกซ์ ค่าเครื่องดื่มมินิบาร์และค่าใช้จ่ายอื่นๆที่มิได้ระบุ
  2. ค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% และภาษีหัก ณ ที่จ่าย 3%
  3. วัคซีนไข้เหลือง
การชำระเงิน งวดที่ 1 : สำรองที่นั่งจ่าย 200,000 บาท/ท่าน
งวดที่ 2 : ชำระส่วนที่เหลือ 45 วัน ล่วงหน้าก่อนออกเดินทาง
กรณียกเลิก
  1. แจ้งยกเลิกเดินทาง 30 วันล่วงหน้าก่อนการเดินทางหักค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจริง เช่นมัดจำตั๋วเครื่องบิน, วีซ่าและค่าดำเนินการ (ถ้ามี), ค่าโรงแรม, ค่าตั๋วรถไฟ โดยจะมีรายละเอียดแสดงให้แก่ลูกค้าได้รับทราบ (หมายเหตุ: ช่วง Peak season สายการบินให้มัดจำล่วงหน้า 2-3 เดือน ก่อนการเดินทาง)
  2. แจ้งยกเลิกเดินทาง 15-29 วันก่อนการเดินทาง หักค่าทัวร์ 50% + ค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจริง
  3. แจ้งยกเลิกเดินทาง 0-14 วันก่อนการเดินทาง ยึดค่าทัวร์ 100%
  4. ผู้เดินทางที่ไม่สามารถเข้า-ออกเมืองได้ เนื่องจากการยื่นเอกสารปลอม หักค่าใช้จ่าย 100%
***หากมีการยกเลิกการจองทัวร์ หลังได้ทำการยื่นวีซ่าเรียบร้อยแล้ว บริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการนำเล่มพาสปอร์ตไปยกเลิก วีซ่าในทุกกรณี ไม่ว่าค่าใช้จ่ายในการยื่นวีซ่าจะรวมหรือแยกจากรายการทัวร์ก็ตาม***
หมายเหตุ :
  1. บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการยกเลิกการเดินทางในกรณีที่มีผู้เดินทาง ต่ำกว่า 10 ท่าน โดยจะแจ้งให้ผู้เดินทางทราบล่วงหน้าอย่างน้อย 30 วันก่อนการเดินทาง
  2. บริษัทฯขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงการพาเข้าชมสถานที่ท่องเที่ยวใดๆที่ปิดทำการ โดยจะจัดหาสถานที่ท่องเที่ยวอื่นๆเพื่อทดแทนเป็นลำดับแรก หรือคืนค่าเข้าชมแก่คณะผู้เดินทางแทน
  3. บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงรายการท่องเที่ยว กรณีที่เกิดเหตุจำเป็นสุดวิสัย อาทิ การล่าช้าของสายการบิน การนัดหยุดงาน การประท้วง ภัยธรรมชาติ การก่อจลาจล อุบัติเหตุ ปัญหาการจราจร ปัญหาการเสริฟ์ช้าของร้านอาหาร หรือ เหตุใดๆที่อยู่เหนือการควบคุมของบริษัท ฯลฯ ทั้งนี้จะคำนึงและรักษาผลประโยชน์ของผู้เดินทางไว้ให้ได้มากที่สุด และหากหัวหน้าทัวร์ไม่ได้ดำเนินการทำทัวร์ตามโปรแกรม ท่านต้องแย้งและเรียกร้องสิทธิ์ในรายการนั้น หากท่านไม่มีการแย้งใดๆ ถือว่าท่านยอมรับการทำทัวร์ดังกล่าว
  4. เนื่องจากการท่องเที่ยวนี้เป็นการชำระแบบเหมาจ่ายกับบริษัทตัวแทนในต่างประเทศ ท่านไม่สามารถที่จะเรียกร้องเงินคืน ในกรณีที่ท่านปฏิเสธหรือสละสิทธิ์ ในการใช้บริการที่ทางทัวร์จัดให้ ยกเว้นท่านได้ทำการตกลง หรือ แจ้งให้ทราบ ก่อนเดินทาง
  5. บริษัทฯ จะไม่รับผิดชอบค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้น หากท่านถูกปฏิเสธการตรวจคนเข้าเมือง และจะไม่คืนเงินค่าทัวร์ที่ท่านชำระมาแล้ว หากท่านถูกปฎิเสธการเข้าเมือง เนื่องจากการกระทำที่ส่อไปในทางผิดกฎหมาย หรือการหลบหนีเข้าเมือง
  6. ในกรณีที่ท่านจะใช้หนังสือเดินทางราชการ (เล่มสีน้ำเงิน) เดินทางกับคณะ บริษัทฯ สงวนสิทธิ์ที่จะไม่รับผิดชอบ หากท่านถูกปฎิเสธการเข้าหรือออกนอกประเทศใดประเทศหนึ่ง เพราะโดยปกตินักท่องเที่ยวใช้หนังสือเดินทางบุคคลธรรมดา เล่มสีเลือดหมู
  7. เมื่อท่านจองทัวร์และชำระมัดจำแล้ว หมายถึงท่านยอมรับในข้อความและเงื่อนไขที่บริษัทฯแจ้งแล้วข้างต้น
ตั๋วเครื่องบิน
  1. การจัดที่นั่งบนเครื่องบินของสายบการบิน ขณะนี้สายการบินมีการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมการจัดที่นั่ง (Assign seat) ทุกที่นั่ง สนนราคา 2,000 – 4,000 บาทต่อเที่ยวบิน หากท่านไม่ต้องการเสียค่าใช้จ่ายตรงนี้ ต้องทำการขอที่นั่ง ณ เคาน์เตอร์เชคอินที่สนามบินเท่านั้น แต่หากท่านต้องการจัดที่นั่งและชำระค่าใช้จ่ายตรงนี้ สามารถแจ้งกับทางบริษัทฯ หลังทำการออกตั๋วเครื่องบินแบบหมู่คณะไปแล้วเท่านั้น
  2. ในการเดินทางเป็นหมู่คณะผู้โดยสารจะต้องเดินทางไป-กลับ หากท่านต้องการเลื่อนวันเดินทางกลับ ท่านจะต้องชำระ ค่าใช้จ่ายส่วนต่างที่สายการบินเรียกเก็บโดยสายการบิน เป็นผู้กำหนด ซึ่งทางบริษัทฯ ไม่สามารถเข้าไปแทรกแซงได้ และในกรณีที่ยกเลิกการเดินทาง ถ้าทางบริษัทได้ออกตั๋วเครื่องบินไปแล้ว ผู้เดินทางต้องรอ Refund ตามระบบของสายการบินเท่านั้น (ในกรณีที่ตั๋วเครื่องบินสามารถทำการ Refund ได้เท่านั้น)
  3. ท่านที่จะออกตั๋วเครื่องบินภายในประเทศ เช่น เชียงใหม่ ภูเก็ต หาดใหญ่ ฯลฯ โปรดแจ้งฝ่ายขายก่อนเพื่อขอคำยืนยันว่าทัวร์นั้นๆ ยืนยันการเดินทาง แน่นอน หากท่านออกตั๋วภายในประเทศโดยไม่ได้รับการยืนยันจากพนักงาน แล้วทัวร์นั้นยกเลิก บริษัทฯไม่สามารถรับผิดชอบค่าใช้จ่ายใดๆที่เกี่ยวข้องกับตั๋วเครื่องบินภายในประเทศได้
  4. เมื่อท่านจองทัวร์และชำระมัดจำแล้ว หมายถึงท่านยอมรับในข้อความและเงื่อนไขที่บริษัทฯแจ้งแล้วข้างต้น
โรงแรมและห้อง
  1. ห้องพักในโรงแรมเป็นแบบห้องพักคู่ ( TWN/DBL ) ในกรณีที่ท่านมีความประสงค์จะพักแบบ 3 ท่าน / 3 เตียง
(TRIPLE ROOM ) ขึ้นอยู่กับข้อกำหนดของห้องพักและรูปแบบของห้องพักของแต่ละโรงแรม ซึ่งมักมีความแตกต่างกัน ซึ่งอาจจะทำให้ท่านไม่ได้ห้องพักติดกันตามที่ต้องการ หรือ อาจไม่สามารถจัดห้องที่พักแบบ 3 เตียงได้
  1. โรงแรมหลายแห่งในยุโรป จะไม่มีเครื่องปรับอากาศเนื่องจากอยู่ในแถบที่มีอุณหภูมิต่ำ เครื่องปรับอากาศที่มีจะให้บริการในช่วงฤดูร้อนเท่านั้น
  2. ในกรณีที่มีการจัดประชุมนานาชาติ ( TRADE FAIR ) เป็นผลให้ค่าโรงแรมสูงขึ้น 3-4 เท่าตัว บริษัทฯขอสงวนสิทธิ์ในการปรับเปลี่ยนหรือย้ายเมืองเพื่อให้เกิดความเหมาะสม
กระเป๋าเล็กถือติดตัวขึ้นเครื่องบิน
  1. กรุณางดนำของมีคม ทุกชนิด ใส่ในกระเป๋าใบเล็กที่จะถือขึ้นเครื่องบิน เช่น มีดพับ กรรไกรตัดเล็บทุกขนาด ตะไบเล็บ เป็นต้น กรุณาใส่ในกระเป๋าเดินทางใบใหญ่ห้ามนำติดตัวขึ้นบนเครื่องบินโดยเด็ดขาด
  2. วัตถุที่เป็นลักษณะของเหลว อาทิ ครีม โลชั่น น้ำหอม ยาสีฟัน เจล สเปรย์ และเหล้า เป็นต้น จะถูกทำการตรวจอย่างละเอียดอีกครั้ง โดยจะอนุญาตให้ถือขึ้นเครื่องได้ไม่เกิน 10 ชิ้น ในบรรจุภัณฑ์ละไม่เกิน 100 ml. แล้วใส่รวมเป็นที่เดียวกันในถุงใสพร้อมที่จะสำแดงต่อเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยตามมาตรการองค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ ( ICAO )
  3. หากท่านซื้อสินค้าปลอดภาษีจากสนามบิน จะต้องปิดผนึกถุงโดยระบุ วันเดินทาง เที่ยวบิน จึงสามารถนำขึ้นเครื่องได้ และห้ามมีร่องรอยการเปิดปากถุงโดยเด็ดขาด
สัมภาระและค่าพนักงานยกสัมภาระ
  1. สำหรับน้ำหนักของสัมภาระที่ทางสายการบินอนุญาตให้โหลดใต้ท้องเครื่องบิน คือ 20-30 กิโลกรัม (สำหรับผู้โดยสารชั้นประหยัด/ Economy Class Passenger ซึ่งขึ้นกับแต่ละสายการบิน) การเรียกเก็บค่าระวางน้ำหนักเพิ่มเป็นสิทธิ์ของสายการบินที่ท่านไม่อาจปฏิเสธได้ หาก น้ำหนักกระเป๋าเดินทางเกินกว่าที่สายการบินกำหนด
  2. สำหรับกระเป๋าสัมภาระที่ทางสายการบินอนุญาตให้นำขึ้นเครื่องได้ ต้องมีน้ำหนักไม่เกิน 7 กิโลกรัมและมีสัดส่วนไม่เกิน 7.5 x 13.5 x 21.5 สำหรับหน่วยวัด “นิ้ว” (Inch) หรือ 19 x 35 x 55 สำหรับหน่วยวัด “เซนติเมตร” (Centimeter)
  3. ในบางรายการทัวร์ ที่ต้องบินด้วยสายการบินภายในประเทศ น้ำหนักของกระเป๋าอาจจะถูกกำหนดให้ต่ำกว่ามาตรฐานได้ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับข้อกำหนดของแต่ละสายการบิน บริษัทขอสงวนสิทธิ์ไม่รับภาระ ความรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในน้ำหนักส่วนที่เกิน
  4. กระเป๋าและสัมภาระที่มีล้อเลื่อนและมีขนาดใหญ่เกินไป ไม่เหมาะกับการเป็นกระเป๋าถือขึ้นเครื่องบิน (Hand carry)
การชดเชยค่ากระเป๋าในกรณีเกิดการสูญหาย
  1. ของมีค่าทุกชนิด ขอแนะนำไม่ควรใส่เข้าไปในกระเป๋าใบใหญ่ที่เช็คไปกับเครื่อง เพราะหากเกิดการสูญหาย สายการบินจะรับผิดชอบชดใช้ตามกฎไออาต้าเท่านั้น ซึ่งจะชดใช้ให้ประมาณ กิโลกรัมละ 20 USD คูณด้วยน้ำหนักกระเป๋าจริง ทั้งนี้จะชดเชยไม่เกิน USD 400 กรณีเดินทางชั้นธรรมดา (Economy) หรือ USD 600 กรณีเดินทางชั้นธุรกิจ (Business) ดังนั้นจึงไม่แนะนำให้โหลดของมีค่าทุกประเภทลงกระเป๋าใบใหญ่
  2. กรณีกระเป๋าใบใหญ่เกิดการสูญหายระหว่างการท่องเที่ยว (ระหว่างทัวร์ ไม่ใช่ระหว่างบิน) โดยปกติประกันภัยการเดินทางที่บริษัททัวร์ได้จัดทำให้ลูกค้าจะไม่ครอบคลุมค่าชดเชยในกรณีกระเป๋าใบใหญ่สูญหาย
  3. กรณีกระเป๋าใบเล็ก (Hand Carry) เกิดการสูญหาย บริษัทฯ ไม่สามารถรับผิดชอบชดเชยค่าเสียหายให้ท่านได้ ดังนั้นท่านต้องระวังทรัพย์สินส่วนตัวของท่าน
หน้าแรก | จองโรงแรม | ตั๋วเครื่องบินในประเทศ | ตั๋วเครื่องบินต่างประเทศ | ทัวร์ไทย | ทัวร์ไฟไหม้ | เรือสำราญ | เกี่ยวกับเรา | ติดต่อเรา | นโยบายความเป็นส่วนตัว
Copyright © 2003 eTravelWay.com All rights reserved โดย บริษัททัวร์ วีอาร์ เอเจนซี ทราเวล แอนด์ เทรด จำกัด
ใบอนุญาตนำเที่ยวในและต่างประเทศเลขที่ 11/11450
facebook
tel
TOP